ความธรรมดาที่ถูกลืม

posted on 28 Nov 2009 00:22 by ordinaryman

วันเกิดปีนี้ ผมจะขอพรอะไรดี..... 

 

เวลาที่ดูเหมือนจะเดินไปช้าๆในทุกขณะที่เราอยู่กับมัน ช่างผ่านไปรวดเร็วอย่างน่าใจหาย

อายุผมเพิ่งเปลี่ยนเป็น 22 เมื่อ 2 วันก่อน

ผมเหม่อมองท้องฟ้า (อีกแล้ว) เฝ้าถามตัวเองว่าช่วงที่ผ่านมา ผมได้มองข้ามอะไรไป

และช่วงอนาคตที่จะมาถึง ผมควรทำอย่างไรต่อไปดี

 

ช่วงที่ผ่านมา อาจเพราะความที่ต้องการจะเอาชนะ และ ไขว่คว้าหลายๆสิ่งหลายๆอย่าง

มันตรงข้ามกับสันดานอันเกียจคร้านของผม ทำให้ผมเป็นคนที่พยายามจะทำสิ่งที่ขัดกันเรื่อยมา

บางครั้ง ศักดิ์ศรีที่กินไม่ได้ ความผยองลำพอง ในหลายๆสิ่งที่ผมทำได้

อาจทำให้ผมลืมความธรรมดาในตัวผมไป.....ระยะหนึ่ง.....

 

ด้วยนิสัย ผมเป็นคนที่ขี้เกียจเอามาก แต่อีกด้านหนึ่งก็ต้องยอมรับ ว่ามีสันดานของคนชอบเอาชนะ

ยิ่งเห็นคนรอบข้างทำอะไรได้ ก็ยิ่งพยายามจะไขว่คว้าในสิ่งที่อยากได้มา

ยิ่งถ้าไขว่้คว้าด้วยความพยายามที่เท่ากันหรือมากกว่าแล้วล้มเหลว

ก็ยิ่งทำให้ผมอิจฉาคนอื่น และ ผิดหวังในตัวเองเหลือเกิน

 

เรื่องการเรียน ผมไม่เคยหวังไว้เกิน 2.5 ซึ่งเป็นเกรดที่ธรรมดาๆ แล้วเรียนแบบสบายๆ

แต่พอผมทำได้เกินเกรด 3 ครั้งแรกในชีวิต ผมกลับยึดกับมันโดยไม่ปล่อย

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อผมเห็นคนหลายคนรอบข้างได้เกรดเหมือนกันหรือดีกว่า

มันยิ่งทำให้ผมไม่อยากจะแพ้ และตะเกียกตะกายไขว่คว้าตัวเลขที่เหนือกว่ามา

เพื่อที่จะพิสูจน์ความแน่ของผม ว่าผมเองก็ไม่แพ้ใคร แม้ว่าปากจะบอกว่า ผมไม่เก่งก็ตาม

แล้วพอเมื่อได้มันมา ก็ได้รู้ว่ามัน ก็เป็นเพียงตัวเลขที่ทำให้ผมระเริงกับมันไปขณะหนึ่งเท่านั้น

มันไม่ได้พิสูจน์อะไรเลยว่าผมมีความสามารถมากกว่าใครๆ

มันแค่พิสูจน์ว่า ผมมีความรู้พื้นฐาน และสละเวลาของผมให้กับการเรียนมากกว่าคนอื่นเท่านั้น

 

มีคนมากมาย ฉลาดกว่า ฐานะดีกว่า หน้าตาดีกว่า คารมดีกว่า ความสามารถมากกว่าอยู่เต็มไปหมด

ยิ่งกระตุ้นให้ความอยากเอาชนะของผมมากขึ้นทุกวันๆ จนแทบจะลืมตัวตนอีกด้านไป

แล้วพอรู้ว่าหลายๆสิ่ง ผมพยายามแล้วไม่ได้ดั่งหวังเหมือนการเรียน

เกรด A และ B หลายตัวที่ผมได้รับมา ไม่รู้ว่าุคุ้มค่้าไหมในการไขว่คว้ามันมา

รู้แต่มันไม่ได้ช่วยให้ผมรวยขึ้น สมหวังในความรักที่ผมต้องการ หรือกระทั่งแค่ทำให้ท้องอิ่ม

ผมก็ยิ่งท้อแท้ ผิดหวัง และัรู้สึกสมเพชตัวเอง กับสิ่งที่ทุ่มเทลงไปเหลือเกิน

 

ยิ่งผมฝืนนิสัยที่เป็นคนสบายๆ ง่ายๆ และ ขี้เกียจอย่างนี้ ผมยิ่งเหนื่อยล้า และสุดท้าย

ผมก็ไม่สามารถฝืนตัวเองได้เกินสิ่งที่ผมเป็น จะมีก็คงมีแค่เพียงเรื่องการเรียน ณ ปัจจุบัน

ที่ผมใช้ความพยายามแบบฝืนตัวเอง จนไขว่คว้ามันมาได้

เรื่องอื่นๆ ก็ได้แต่พยายามจนถึงจุดๆหนึ่งแล้วท้อจนยอมแพ้กับมันไป

 

ไม่รู้จะเรียกว่าความสะเพร่าดีมั้ย รู้แต่ว่าความผิดหวังในหลายๆสิ่งที่ผ่านมา

ทำให้ผมไม่มีกะใจแม้แต่จะเอาชนะในการเรียน แม้เวลาสอบยิ่งใกล้เข้ามา

ผมก็ไม่มีกะใจจะอ่านอะไรทั้งนั้น จนกระทั่งวันที่ผลสอบออก

จาก transcript ที่เคยภูมิใจ ในที่สุด ก็มี แมว C กับเขาบ้างซักที 

 

ใจหนึ่งผมก็เสียดายวันเวลาที่ผ่าน ที่ผมละเลยการอ่านหนังสือไป

แต่อีกใจกลับรู้สึกเฉยๆ กับเรื่องที่มันผ่านไปและกลับไปแก้มันไม่ได้แล้ว

 

หลายๆครั้ง ที่ผมพยายามจะอัพเอนทรี่ให้สม่ำเสมอ

แต่อาจเป็นเพราะแรงกดดันที่ผมสร้างมันมากดตัวเอง ทำให้ผมคิดอะไรไม่ออก

พยายามจะเขียนเอนทรี่ที่เป็นตัวเองอย่างที่ผ่านมาก็นึกอะไรไม่ออก

ผมกลับไปอ่านเอนทรี่เก่าๆของตัวเองแล้ว อย่างกับได้คุยกับคนอีกคนยังไงยังงั้น

แต่จะให้ผมเขียนเอนทรี่เลียนแบบหมอนั่น ผมก็ไม่อยากจะหลอกตัวเองสักเท่าไหร่

 

อาจเป็นเพราะความพยายามเอาชนะแล้วสำเร็จ เลยทำให้ผมลำพอง

อาจเป็นเพราะความพยายามเอาชนะแล้วแพ้พ่าย เลยทำให้ผมรับตัวเองไม่ได้

อาจเป็นเพราะความพยายามที่กดดันตัวเอง ที่ทำให้ผมลืมตัวเองไป

 

ลืิมไปว่าตัวเองก็เป็นเพียงคนธรรมดาคนหนึ่ง

มีช่วงเวลาที่ปล่อยตัวสบายๆ ไม่คิดมาก

มีช่วงเวลาที่สมหวัง อยากให้ผู้คนได้รับรู้ในความสำเร็จ

มีช่วงเวลาที่ผิดหวัง และท้อแท้กับตัวเอง

มีช่วงเวลาที่ว่างเปล่า จนอ้างว้างในใจ

 

ใช่ว่าจะไม่มีช่วงเวลาที่ไม่อยากยอมรับเลย มันผุดขึ้นมาเป็นระยะๆอยู่แล้ว

ชีวิตก็เหมือนถนนที่ไม่ได้เรียบเนียนเสมอ แต่ก็ไม่ได้ขรุขระเสมอ

ปัญหาคือ แผนที่ชีวิตก็บอกได้คร่าวๆเท่านั้น ไม่สามารถบอกความราบเรียนของถนนได้ทุกเส้น

ต้องไปเจอกับตัวเองเท่านั้น ถึงจะรู้ สภาพของถนนเส้นนั้นอย่างแท้จริง

อย่างน้อยก็วันนี้วันหนึ่ง ที่ผมได้ค้นพบ และก็ได้เจอ

กับความธรรมดาในตัว ที่ถูกลืมไป...อีกครั้งหนึ่ง

 

และสิ่งนี้ อาจเป็นของขวัญวันเกิดปีนี้ ที่ผมจะมอบให้ตัวเอง

และเมื่อได้ของขวัญชิ้นนี้แล้ว วันเกิดปีนี้ ผมจะขอพรอะไรดี..... 

 

ส่วนตอนนี้ผมก็คง.....ไร้พรใดๆที่จะขอแล้วแหละ.....

เพราะพรใดๆก็ยังไม่สามารถบอกสภาพถนน และวันเวลาที่ผม

อาจจะลืมความธรรมดาในตัวไป....อีกครั้งก็เป็นได้