หนึ่งเดือนที่ยาวนาน...

posted on 28 Oct 2011 22:06 by ordinaryman
ดองบล๊อกแช่เค็มไว้เกือบครึ่งปี
ไม่ได้ลืมครับ แต่ผมคงจัดการตัวเองและเวลาได้แย่มากจริงๆ
ทั้งๆที่เรียนคณะบริหาร แต่บริหารตัวเองยังแทบล่มจมได้ขนาดนี้
 
หนึ่งในสิ่งที่ผมว่าผมบริหารได้ค่อนข้างแย่เป็นพิเศษในช่วงที่ผ่านมา
คงเป็นสิ่งที่เรียกว่า "ความรู้สึก" ของตัวผมเอง
 
ในเดือนตุลาคมที่ยาวนาน
บ้านผมน้ำท่วม หนักที่สุดตั้งแต่เคยเกิดมา ซึ่งคงไม่ต่างกับทุกท่าน
แต่สิ่งที่รบกวนใจผมมากที่สุด กลับเป็นเรื่องที่
.
.
.
ผมเพิ่งอกหักครับ รุนแรงที่สุดตั้งแต่ที่เคยเกิดมา
ด้วยเหตุผลบางประการ... ผมคงไม่สามารถเป็นเพื่อนกับเธอได้อีก

น่าแปลกที่เรื่องความรักแบบนี้ ซึ่งผมเคยมองว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่
กลับเป็นเรื่องที่ทำให้จิตใจของผมปวดร้าวได้ มากเป็นอันดับต้นๆเลยทีเดียว
 
ณ เวลานั้น ผมหมดแรง หายใจไม่ค่อยออก แทบล้มตัวลงอยู่ตรงนั้น
ฉากที่เคยมองว่าดราม่า พอเจอกับตัวแล้ว ยิ่งกว่าหนังและละครจริงๆ
 
หลังจากวันนั้นผมเจ็บปวด ฝันร้ายทั้งตอนนอน และตอนตื่น
วันเวลาที่ผ่านไปแต่ละวัน ดูจะช้าเสียเหลือเกิน
ใจหนึ่ง ผมอยากจะนอนอยู่เฉยๆที่บ้าน ไม่ทำอะไรเลย
อีกใจหนึ่ง ผมอยากจะออกไปข้างนอก อยากจะออกไปหาอะไรทำให้ลืมมัน
 
ตอนนี้ ผมเริ่มจะรับรู้และเข้าใจความรู้สึกของผู้คน และสิ่งต่างๆ ที่ผมเคยมองว่าไร้เหตุผล
ผมเริ่มเข้าใจความรู้สึกของคนอกหักแล้ว ว่าทำไมเขาถึงทุรนทุรายจะเป็นจะตาย
เข้าใจความรู้สึกว่าทำไมอยากตาย
เข้าใจความรู้สึกที่คิดว่าชีวิตช่างไร้ความหมาย
เข้าใจคนที่วันๆเอาแต่ดื่มจนไม่เป็นอันทำกิน
เข้าใจความรู้สึกว่าต่อให้ได้อะไรมา ถ้าไม่ได้คนๆนั้น ชีวิตก็ไร้ความหมาย
เข้าใจความรู้สึกที่ขัดแย้งกับสิ่งที่คิดว่ามีเหตุผล
สิ่งที่เรียกว่าตรรกะ ไม่อาจช่วยให้ลบความคิดที่เกิดจากความรู้สึกได้เลย
ไม่ว่าหลักคิดจะมีเหตุผลแค่ไหน บางทีความฉลาด อาจไม่ช่วยอะไรได้เลยจริงๆ
 
ผ่านมาเกือบอาทิตย์ หน้าบ้านผม เต็มไปด้วยน้ำระดับความสูงประมาณแข้ง
ผมยังพอออกจากบ้านไปข้างนอกได้บ้าง
ผ่านมาอีกสามสี่วัน ขึ้นมาถึงระดับเอว
ผมไม่สามารถออกนอกบ้านได้แล้ว
 
น้ำที่ท่วมสูงจนผมไม่สามารถขยับตัวออกนอกบ้านได้
ทำให้ผมเหลือทางเลือกเดียว คือ การอยู่บ้านรอดูระดับน้ำ
การไม่มีอะไรทำนอกจากดูน้ำ ดูจะน่าเบื่อจนทำให้วันเวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า
 
ระดับน้ำที่เพิ่มขึ้นทุกวัน และ สภาพที่เน่าเสียของน้ำ
เหมือนจะสะท้อนและบ่งบอกถึงสภาพจิตใจของผมอย่างบอกไม่ถูก
ทั้งๆที่รู้ว่ามีเรื่องที่ใหญ่กว่า ที่ผมต้องกังวล
ทั้งๆที่รู้ว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ มีคนโชคร้ายกว่าเราแค่ไหน
ทั้งๆที่รู้ว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ เราโชคดีแค่ไหน ที่มีการเตรียมพร้อม
แต่ใจผมกลับไม่อาจลืมเรื่องของเธอได้เลย
จนผมแทบจะด้านชากับปัญหาด้านอื่นๆไปเลยด้วยซ้ำ
 
สิ่งเดียวที่เยียวยาหัวใจที่มีแผลได้ อาจมีเพียงแต่สิ่งที่เรียกว่า เวลา
ยาเวลา อาจไม่สามารถรักษาได้รวดเร็ว
อาจไม่ช่วยให้อาการบาดเจ็บหายได้ในเร็ววัน
อาจต้องทนกับภาพที่ตกค้างในหัว ในความคิด และในใจ
แต่อาจเป็นเพียงแค่ทางเดียว ที่จะรักษามันได้
 
ตอนนี้ผมหวังเพียงว่า น้ำที่ท่วมอยู่จะลดเลือนหายไปในเร็ววัน
พร้อมกับน้ำตาและความเจ็บปวดที่อยู่ภายในใจผม
เพื่อที่ผมจะมีกำลังใจกลับมาทำสิ่งที่ควรทำ...อีกครั้ง
 
ปล. เอนทรี่นี่ บันทึกไว้วันที่ 22 ตอนนี้อพยพแล้วครับ