คำเตือน เอาทรีนี้เนื่องจาก จขบ กำลังเครียดจนเกิดอาการติงต๊อง (จริงๆมันเป็นมานานแล้วแหละ) เอนทรี่นี้ จึงใช้ภาษาเขียนแบบค่อนข้างติงต๊อง เพราะไม่อยากเขียนอะไรเครียดครับ ใครไม่อยากอ่านเรื่องมีสาระเล็กๆ แต่บั่นทอนปัญญามากๆก็......อ่านๆไปเถอะ ไหนๆก็อุตส่าห์หลงเข้ามาแล้ว อิๆ

เห็นนักเรียนไทยหลายคนไม่พอใจในระบบการศึกษาไทย และ เสนอแนวคิดมามากมาย
ไอ้คนธรรมดาก็เลยอยากเอามั่ง ใครมีอะไรชี้แนะโปรดบอก จาเอามาแปะเพิ่มทีละนิดๆ

การศึกษาไทยในปัจจุบัน version จขบ ลอกชาวบ้านเขามาหน้าด้านๆ

"วิชาภาษาไทย จารย์สั่งไปอ่านสามก๊กมาแล้วลุกขึ้นตอบคำถามทีละคน
ไปท่องบทอาขยานมา ไปท่องนั่นท่องนี่

วิชาพระพุทธ จารย์สั่งไปท่องชินบัญชรมา ไปคิดชินบัญชรมา ไปท่องธรรมโน่นธรรมนี่ ให้ไปนั่งสมาธิทุกวัน

วิชาสังคม จารย์แจกใบงาน เด็กนักเรียนเปิดหนังสือตอบๆไปท้ายคาบส่งงาน จบไปอีกวันนึง

วิชาพละ จารย์ให้วิ่งเหยาะๆแหยะๆทำโน่นทำนี่ ใกล้ๆสอบเธอไปทำรายงานมา เรื่องนั้นเรื่องนี้
อย่างต่ำเล่มละ 50 หน้า ห้ามพิมพ์

วิชาสุขศึกษา จารย์ให้จัดกลุ่ม ทำใบงานบ้าง รายงานบ้าง ไหน ใครมีคอมฯก็ทำไป คัดลอก วาง สบายๆ

วิชาศิลปะ จารย์ให้ท่องตัวโน้ตนั้นโน้ตนี้ บางเทอมก็เรียนวาดรูป ไปซื้อสีมานะ ถึงเวลาก็วาดรูป ผ่านไปอีกวัน

วิชาคณิต จดนิยามตัวอย่าง หมดคาบจารย์สั่งแบบฝึกหัด 1.2 1.3 ว่าไป ทำข้อคี่ ส่งพรุ่งนี้เช้าที่โต๊ะครู
กลับไปบ้านเล่นเน็ต ดู hi5 ตี่สายไปลอกที่โรงเรียนตอนเข้าแถว

วิชาอังกฤษ จารย์ให้เอา dict ไป เอาหนังสือไปนั่งฟังจารย์พูดบลาๆๆ ไปแจกใบงานบ้าง ทำในหนังสือบ้าง
เด็กไม่ต้องพูด พูดไปเพื่อนก็หาว่ากระแดะ ดัดจริต หมดคาบ แต้งกิ้ง ทีชเชอร์ บ๊ายบาย

วิชางานบ้าน จารย์ให้ไปถักนั่นถักนี่มา ประดิษฐ์ตุ๊กตาเรื่อยเปื่อย เงินมีมั๊ย มีก็ไปจ้างเค้า ถึงเวลาติดป้ายชื่อไปส่งโต๊ะครู

ข้างบนนี้ผ่านการปฏิรูปการศึกษามากี่ครั้งแล้วก็ไม่รู้
แต่ผมก็สนับสนุนให้ปฏิรูปกันต่อไปนะ
ผมกลัวนักวิชาการว่างงานน่ะ"

Credit: Quote ข้างบน จากคุณ : ไม่มีสมาชิกชื่อนี้ ในเวบบอร์ดพันทิพย์ครับ

(เพิ่งใส่ลิ้งค์ เพราะเพิ่งรู้ว่าคุณพี่คนนี้แกอยู่ใกล้ตัวมากกกก)


มันโดนน่ะ เลยเอามาละมันทั้งดุ้นเงี๊ยะแหละ เนื่องจากกระทู้เวบพันทิบหลายๆอันมันจากไปไว ผมเลยก๊อปมาไว้ก่อน
แต่ขอลงเครดิตไว้ให้ เพราะผมไม่ได้คิดเอง แต่ผมขอเสริมเวอร์ชั่นของผมลงไปด้วยละกัน (จริงๆก็ edit จากข้างบนแหละ)

การศึกษาไทยในปัจจุบัน version จขบ edit ของชาวบ้านเขามาหน้าด้านๆ

"วิชาภาษาไทย จารย์สั่งไปอ่านวรรณคดี เช่น ขุนแผน สนับสนุนให้เด็กเจ้าชู้แต่เล็กเชียว(ไม่งั้นจะกลายเป็นขุนช้างนะจ๊ะ) ครือว่า วรรณกรรมน่ะ ผมอยากให้คนเรียนนะ แต่พวกลงลึกเนี่ย ขอให้เป็นคนที่สนด้านนี้จริงๆได้มั้ย

วิชาพระพุทธ จารย์สั่งไปท่องชินบัญชรมา ไปคิดชินบัญชรมา ไปท่องธรรมโน่นธรรมนี่ ให้ไปนั่งสมาธิทุกวัน
สุดท้าย เด็กเวลาหลับตา ก็ไม่ได้อะไรอยู่ดี แถมสอนแบบศรัทธาจนลืมแก่นจนได้ให้ตายสิ

วิชาสังคม จารย์แจกใบงาน เด็กนักเรียนเปิดหนังสือตอบๆไปท้ายคาบส่งงาน จบไปอีกวันนึง
พอถึงเวลาทำรายงานออกมาพูดหน้าชั้น ก็มาจากหนังสือห้องสมุด บวกอากู๋เกิล ออกมาพูดปาวๆๆ
นร หลับไปครึ่งห้อง ไม่มีการวิเคราะห์ใดๆทั้งสิ้น

วิชาพละ จารย์ให้วิ่งเหยาะๆแหยะๆทำโน่นทำนี่ ใกล้ๆสอบเธอไปทำรายงานมา เรื่องนั้นเรื่องนี้
อย่างต่ำเล่มละ 50 หน้า ห้ามพิมพ์ ฝึกกล้ามเนื้อแขน เผื่อไปเป็นคอลัมน์นิสต์สยามกีฬา
หรือไม่ก็ให้เล่นกีฬาที่เรียนจนจบแล้วก็ยังสอนให้เล่นไม่เป็น เรียนไปเพื่อ?

วิชาสุขศึกษา จารย์ให้จัดกลุ่ม ทำใบงานบ้าง รายงานบ้าง ไหน ใครมีคอมฯก็ทำไป คัดลอก วาง สบายๆ

วิชาศิลปะ จารย์ให้ท่องตัวโน้ตนั้นโน้ตนี้ บางเทอมก็เรียนวาดรูป ไปซื้อสีมานะ ถึงเวลาก็วาดรูป ผ่านไปอีกวัน
วิชาดนตรีก็ไม่ได้สอนไร ให้ไปซ้อมๆๆๆๆ เล่น ลืม จบ

วิชาฟิสิกส์ เคมี ชีวะ จารย์สอนพูดไป จดไปทั้งคาบ เสียงออดดัง นักเรียนทำความเคารพ
ครูขา หนูไม่เข้าใจ คุณครูตอบ เธอไปอ่านเรื่องนี้มานะ อาทิตย์หน้าสอบเก็บคะแนน เจอกันโรงอาหาร

วิชาคณิต จดนิยามตัวอย่าง หมดคาบจารย์สั่งแบบฝึกหัด 1.2 1.3 ว่าไป ทำข้อคี่ ส่งพรุ่งนี้เช้าที่โต๊ะครู
กลับไปบ้านเล่นเน็ต ดู hi5 ตี่สายไปลอกที่โรงเรียนตอนเข้าแถว คำตอบเหมือน ครูก็จับไม่ได้
เพราะคำตอบมันก็ต้องเหมือนนี่นะ ไม่งั้นก็ผิดดิ อิๆ

วิชาอังกฤษ จารย์ให้เอา dict ไป เอาหนังสือไปนั่งฟังจารย์พูดบลาๆๆ ไปแจกใบงานบ้าง ทำในหนังสือบ้าง
เด็กไม่ต้องพูด พูดไปเพื่อนก็หาว่ากระแดะ ดัดจริต หมดคาบ แต้งกิ้ง ทีชเชอร์ บ๊ายบาย
เอาจานฝรั่งมายิ่งแล้วใหญ่ แกล้วจานอีก โอ้ว

วิชางานบ้าน จารย์ให้ไปถักนั่นถักนี่มา ประดิษฐ์ตุ๊กตาเรื่อยเปื่อย เงินมีมั๊ย มีก็ไปจ้างเค้า ถึงเวลาติดป้ายชื่อไปส่งโต๊ะครู"

ปัญหาร้ายแรงที่สุดอันหนึ่งก็คือ ทำไมเวลาผมถามครู ว่าเรียนไปทำอะไร ครูก็ตอบไม่ได้
ผมไม่ได้ว่าครูไม่ดีนะครับ ครูช่วย นร เยอะมาก แต่กระทรวงศึกษาไม่ได้ช่วยให้คนเป็นครูตอบได้ ก็โทษเขาไม่ได้
ครูตอบได้แค่ว่าเรียนเอาไว้สอบ โอ้จอร์จ ยังกะผมไม่รู้

เอาล่ะ มาเข้าเรื่องที่อยากพูดจริงๆกันดีกว่า คนอะไรฟะ บ่นทียาวจิ๊บ ก่อนเข้าเรื่อง

ขอ edit ไอ้มะกี๊ (มันทำเป็นแค่ edit รึไงฟะ)อีกที

การศึกษาไทยในปัจจุบัน version จขบ edit ของชาวบ้านเขามาหน้าด้านๆ(รอบสอง ver อยากให้มีจริงจังเยย)


"วิชาภาษาไทย สอนการใช้ภาษาเบื้องต้น รวมทั้งมารยาทและการใช้ภาษาในชีวิตจริง
เช่น ภาษาทางธุรกิจ จดหมายทางการ จะดีกว่ามั้ยครับ (จริงๆปัจจุบันเขาก็สอน แต่ไม่เน้นอะ)

วิชาพระพุทธ ให้วิเคราะห์พุทธศาสนา อย่ามัวแต่สอนตำนานอะไรมาก จนแก่นหาย
ยกเว้นคนที่อยากรู้จริงๆ ก็ให้แยกวิชาเลย

วิชาสังคม เรียนรู้ประวัติศาสตร์แล้วนำมาวิเคราะห์กับสถานการณ์ปัจจุบัน ดีมั้ย

วิชาพละ เปิดเป็นชมรมเลยดีกว่ามั้ย จะได้ให้มันเป็นจริงเป็นจังไปเลย

วิชาสุขศึกษา เรียนเกี่ยวกับเรื่องการป้องกันตัว และ เรื่องสุขภาพไปเลยดีกว่ามั้ย

วิชาศิลปะ อยากให้เป็นชมรมเหมือนกัน

วิชาฟิสิกส์ เคมี ชีวะ ให้เด็กเลือกเอาดีกว่าว่าอยากลงอะไร แล้วเพิ่มวิทย์สายอื่นให้เลือกด้วย

วิชาคณิต อยากให้เน้นเรื่องเงินมาก เพราะจะได้เป็นการทำให้เด็กรู้หนึ่งในเรื่องที่สำคัญในชีวิตด้วย
เพราะเงิน เป็นเรื่องใหญ่ ที่โรงเรียนไม่เคยสอน(คุ้นๆเหมือนชื่อหนังสือมะ)อะไรนอกจากการออม กะ งก เพราะเห็นคนเก่งๆหลายๆคนตกม้าตายก็เพราะไอ้เรื่องเงินเนี่ยแหละ หนียังไงก็ไม่พ้น


วิชาอังกฤษ สอนให้เด็กใช้ภาษาเป็นมากกว่าท่องจำจะดีมาก เน้นปฏิบัติครับ

วิชางานบ้าน วิชาชีพ ก็ขอให้เป็นชมรมเช่นกัน"

แล้วไอ้ที่กล่าวๆมาเนี่ย ขอให้เป็นวิชาเปิดลงเลือกไปเลย แล้วลงรายละเอียดวิชา อย่างวิชาบังคับ
เพื่อเข้าคณะในมหาวิทยาลัย และให้มีวิชาชีพให้เด็กเลือกมั่ง จะได้ทำอะไรๆเป็น

เพิ่มแบบทดสอบจิตวิทยา เพื่อให้เด็กรู้สิ่งที่ตัวเองชอบด้วย จะได้เลือกลงวิชาได้ถูก

และเมื่อเด็กมีเวลาว่าง เขาจะได้มีเวลาไปทำอย่างอื่น นอกจากเรียนแทบตาย สอบเสร็จก็ลืม

และอยากให้เด็กไทยรู้ค่าของเงิน โดยการเปิดกิจกรรมที่นำรายได้เข้าโรงเรียนแล้วมีส่วนแบ่งให้เด็กมั่ง

อยากให้เศรษฐกิจไทยดีจนเด็กหันมาสนใจงานพิเศษมากขึ้น

อยากให้การศึกษาไทยสอนอะไรที่ใช้ได้ในชีวิตจริงมากกว่าท่องจำ เปิดอิสระให้นักเรียนมากขึ้น ดีกว่ามาออกข่าวว่า นศ จบตรี ตกงานยกโหล ให้พลเมืองเซ็งห่านกันไปถ้วนหน้า

.

.

.

.

.

.

.

.

กริ๊ง~~~~~~~~~~~ ตื่นๆๆๆ ได้แล้ว จขบ

นี่แหละ ระบบการศึกษา ม ปลาย ในอุดมคติ ซึ่งผมตายไปเก้าชีวิตเหมือนแมว จะเกิดขึ้นรึเปล่าก็ไม่รู้

แล้วมาพล่ามทำแง้วไรหว่า -_-"

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ปัญหาใหญ่ก็คือ เราเรียนแต่ว่า มันคืออะไร แต่ไม่ได้เรียนว่า มันเอาไปทำประโยชน์อะไร/ยังไง

Hot!

#1 By Eddy on 2008-04-25 16:20

เคยถามเหมือนกันว่าเรียนไปทำไม


ครูบอกว่า

"เรียนไป เพื่อจะได้เลือกอนาคตตัวเอง"


จะว่าไปมานก้จิงนะ


แต่แอบชอบใจ ที่ว่าเด๋วนักวิชาการไม่มีงานทำ 555


ปฏิรูปกันเข้าไป เด็กก้นั่งเครียดดด เหอๆๆๆ





#2 By N@k[a]do! I+ko on 2008-04-25 16:37

โห เขียนมาแบบนี้ เม้นท์ยาวนะเนี่ย ยกให้สองฝ่ายเลยดีมั้ย อิอิ ทั้งครูทั้งนักเรียน big smile

นั่งสมาธิ ดีนะคะ แต่ต้องบอกวิธีนั่ง แก่นที่แท้ ๆ ของมันจริง ๆ ท่องชินบัญชรจะได้มีสมาธิไง อิอิ

มันโรงเรียนไหนคะเนี่ย เฮ้อ มีด้วยเหรอ อิอิ

แล้วไอ้ลอกกันนี่ใครให้ลอกคะ ทำเองไม่ใช่เหรอ ต้องรู้จักกันหน่อยสิว่าเรียนเพื่ออะไร ไม่ใช่ให้จบ ลอกมาก็ได้แต่คะแนนกับผ่านนะคะ ถ้าทำเองถึงจะรู้ ดีบ้างไม่ดีบ้างก็ความสามารถตัวเอง ได้วิธีคิดติดมา


ภาษาอังกฤษนั่นก็อยากพูดเป็นรึเปล่าละคะ ก็หัดพูดเยอะ ๆ ใครว่ายังไงสนทำไม ตกลงมาเรียนทำอะไรกัน

เรียนให้จบใช่มั้ย ไม่ใช่เรียนให้รู้ ส่วนคุณครูนั่นก็โทษที ถูกสอนมาเหมือนกัน เป็นกันทั้งระบบค่ะ อิอิ

ก็ไม่ต้องคิดมากนะคะ ไม่ต้องหวังอะไรค่ะ มันดำดิ่งลงเรื่อย ๆ อิอิ บ่นได้ค่ะ ไม่ว่า ไม่ไร้สาระหรอก big smile

#3 By tungmay on 2008-04-25 16:45

ถ้าการศึกษามันเป็นแบบอุดมคติของทั่นคงดีมิใช่น้อยsurprised smile
ว่าแต่ Calculus มันใช้ทำอะไรได้ฟระ embarrassed
Hot!

#4 By greateve2b on 2008-04-25 16:46

เห็นด้วยอย่างยิ่งก๊าบบท่านพี่
cry cry cry
Hot! Hot! Hot!

#5 By seaugpor on 2008-04-25 17:12

เขาเรียกว่า เรียนเพื่อเกรด เรียนเพื่อสอบน่ะ

แต่ใครมันจะไปรู้ล่ะว่า อนาคตฉันอยากเป็นพยาบาล(สมมติ)

ถ้ามีเด็กกำหนดเป้าหมายแบบนั้นได้ตั้งแต่ ม.ต้น ผมจะให้มันเรียนแต่วิชาสาขาที่เกี่ยวข้อง วิชาเวิ่นเว้อตัดทิ้งมันให้หมด

แต่ในความเป็นจริง เด็กเอนท์ส่วนใหญ่อยากหลายอย่าง แย่งเรียนตามบุญตามกรรม

ก็ต้องปูพื้นให้แน่นๆไว้ เลยกลายเป็นเรียนซะเยอะแยะ แล้วก็กลายเป็น ไม่เห็นความสำคัญ

เด็กไทยเรียนเยอะที่สุด แต่ประสบการณ์งานต่ำที่สุดในเด็กวัยเดียวกันเมื่อเทียบกับหลายๆชาติครับ
คงจะยากนะคะsad smile

#7 By saya chan on 2008-04-25 17:17

บางวิชาเรียนไปเพื่อสอบจริงๆแหล่ะsad smile Hot!

#8 By Warbandit on 2008-04-25 17:28

open-mounthed smile

ท่อง จำ ใช้สอบ ลืม

#9 By PsychO-Galz on 2008-04-25 17:33

คิดว่าข้อสอบแอดมิดชั่นมีส่วนกับหลักสูตรนะคะ
เด็กที่เรียน ม.ปลายคงไม่ได้ต้องการเพียงความรู้อย่างเดียว
แต่ต้องการความรู้ที่สามารถใช้สอบแอดมิดชั่นได้ด้วย
เพราะพวกเค้า(และเรา)ยังต้องการความรู้ระดัับมหาวิทยาลัยด้วย

แต่ข้อสอบแอดมิดชั่นปีที่แล้ว
ภาษาไทย-ออกวรรณคดีแบบท่องจำหลายข้อมาก
โรงเรียนที่สอนเน้นการพูด ฟัง เขียน เรียนสัมมนา
เจอข้อสอบอย่างงี้ไป ตายลูกเดียว เด็กๆก็ได้แต่ไปพึ่ง
สถาบันสอนพิเศษหละค่ะ
ภาษาอังกฤษ-โรงเรียนที่เน้นฟัง พูด อ่าน เขียน
อีกเหมือนกัน แต่ข้อสอบเน้นคำศัพท์ ก็ได้แต่ท่องๆๆๆ
ออกจากห้องสอบ ก็แทบจะ format เลย

คือ ถ้าจะเปลี่ยนหลักสูตร น่าจะเปลี่ยนการวัดผลก่อนเลย

แต่จะเปลี่ยนยังไง


#10 By คนหัวกลับ on 2008-04-25 18:04

อืออ

ผมเคยอยากเปน นายก เพื่อเปลี่ยน
ระบบการศึกษา

ผมอยากให้มันสอนที่มันจะเอาไปใช้จริง


ผมอยากให้มันได้ปฏิบัติ


ผมเรียนวิทยาศาสตร์ อยากทดลองแต่โอกาศมีน้อย


คณิตเรียนไปทำห่าไรมากมาย

กูม่ายได้ใช้
แยกสายดีๆเลย


มหาลัยก็สอบเอาแต่ที่มันใช้

สอบตรงลูกเดียวเลย

ไม่ติดก็ เอกชนไป


ระบบ ปัจจุบัน เด็กเข้าไป
แม่งก็ไม่จบไม่สนใจ
ไม่ได้ชอบ
กูชอบค่ชื่อมหาลัย
คณะอะไรก็ได้ได้หมด

#11 By dong=ดอง,โด่ง on 2008-04-25 18:20

ส่วนภาษาไทย

ผมจำแต่ หลักภาษา(ที่เหลือจับคอนเซปได้ วรรณคดีไม่ทำ)

แต่ english ผมโง่อยู่แล้ว

#12 By dong=ดอง,โด่ง on 2008-04-25 18:21

โหยยยยยยย
ตรงมาก!! โดนทุกข้อเลย 555+
ดีที่จบมาแล้ว เอิ้กกกก

ระบบการศึกษาเป็นแบบนี้ก็สะท้อนสภาพชีวิตโดยรวมของคนด้วยนะคะ
ถ้าลองให้เรียนแบบเลือกเอาว่าอยากเรียนอันไหนก็เลือกไป
อย่างนั้นเราว่าต้องมีคนที่ไม่รู้ว่าตัวเองเหมาะกับอะไร ไม่มีอะไรที่ชอบเป็นพิเศษ
พอถึงเวลาเลือกก็อาจจะเลือกแบบผิดๆ ตามเพื่อน ไรงี้
เด็กไทยถูกตีกรอบมาให้ตั้งแต่สมัยไหนๆแล้วsad smile

#13 By Step*Lunar on 2008-04-25 18:25

Hot!


เกิดขึ้นได้แน่นอนครับ


ถ้าไม่ใช่บนแผ่นดินไทยละก็นะ sad smile

#14 By Zairen_Bibliophobia on 2008-04-25 18:29

จำได้ว่าที่โรงเรียนเก่าน่ะ

เป็นทั้งแบบ ในกระทู้พันทิพย์ และที่ จขบ.แนะนำอยู่แล้วอะค่ะ

....ว่าแต่ วิชาศิลปะ ....ไม่ให้วาดรูป ปั้นดินเหนียว แกะสลัก แล้วจะให้ทำอะไร sad smile ทำรายงาน? เขียนบทความวิเคราะห์การผสมสีด้วยทบ.ทางเคมี ?

#15 By PoY (124.120.62.182) on 2008-04-25 18:31

จริงแฮะ ว่าแต่ ถ้ายังอยู่ประเทศนี้ เก้าชีวิตก็อาจจะยังไม่ได้เห็นนะ ^^
มีคนบอกว่านร.ไทยเรียนทุกอย่างที่ไม่จำเป็น แต่ไม่รู้ซักอย่างที่จำเป็น

#16 By LonelyFairy on 2008-04-25 18:36

ขอบคุณที่พูดความจริงครับ

แต่ผมว่านะน่าจะให้มีเวลาว่างมากกว่านี้หน่อย

แล้วก้อแบ่งทางเดินให้ชัดเจนเหมือนที่ว่า

เพราะเรียนสายวิทย์มา ที่อยากเรียนและน่าจะได้ใช้จิงๆมีสองตัว คือ เลข กับ ฟิ จะเอาอิงค์เป็นตัวที่สามก้อได้นะ

ทุกวันนี้ เรียนตามๆกันไป -*- เฮ้ออ

#17 By VIVIDSTAR on 2008-04-25 18:38

โดน!!!!

แล้วยิ่งพวกลูกเสือเนตรนารีอีก....

Hot! Hot!

#18 By ● muiichew ● on 2008-04-25 18:39

จริงๆวิชาที่เรียนๆกันตอนมัธยม ถ้าเรียนแล้วเข้าใจจริงๆ มันใช้ได้ตลอดชีวิตนะ มันเป็นฐานความรู้ให้เราเรียนรู้อะไรใหม่ๆ เมื่อโตขึ้นได้ แต่ย้ำว่าต้องเรียนแล้วเข้าใจนะ ถ้าไม่เข้าใจก็...สอบเสร็จลืมเจ้าค่ะ 555+

เรื่องการเรียนการสอน มันแล้วแต่ครู แล้วแต่ รร. จริงๆ อย่าง รร.ที่เราจบมา ครูดีๆเยอะมาก แต่ด้วยเวลาที่ให้สำหรับการเรียนการสอน กับปริมาณเนื้อหา มันไม่ค่อยสมดุลเท่าไหร่ ส่วนใหญ่ครูก็เลย บีบๆเอา มันมีเนื้อหาเยอะมาก มากจนต้องใช้เวลาในการเรียนเยอะ แต่เวลามีจำกัด ก็เลยรู้เรื่องแบบงูๆปลาๆ หรือต้องกลับไปทวนเอง แต่ส่วนใหญ่เพื่อนๆจะไปเรียนพิเศษวิชาที่คิดว่าหนักๆไปเลย ประหยัดเวลาทวนหนังสือ...อารมณ์นั้น

เรียนอยู่เมืองไทย อยากเรียนให้ได้ดี ต้องเหนื่อยกันหน่อย...หุหุหุ ต้องถีบตัวเองเยอะ

ปล. จริงๆแล้ว ภาษาไทยที่เราสอบโอเน็ต เอเน็ตที่ผ่านมา เน้นเรื่องการใช้ภาษาในชีวิตประจำวันนะ คือ ไม่ได้ออกลึกเวอร์ แบบชั้นจะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านวรรณคดี หรือรากศัพท์พิสดารชั้นต้องรู้ อะไรแบบนี้ คนที่มีพื้นฐานการใช้ภาษาดีๆ อย่างคนที่อ่านพวกนิยายหรือวรรณคดีบ่อยๆ หรือแม้แต่เขียนพวกบทความในบล็อคแบบนี้ ก็ทำได้ชิวๆแหล่ะค่ะ

#19 By SunSmile (58.8.61.175) on 2008-04-25 18:41

เมื่อก่อนก้อคิดนะว่า..เรียนไปทำไม ไม่เห็นจะใช้
พอตอนเอนท์ถึงรู้ว่า..เรียนเพื่อสอบค่ะ สอบเสร็จ วิชาไหนไม่จำเป็นต่อวิชาชีพค่อยทิ้ง ฮ่าๆๆ
อย่างฟิสิกส์เงี้ย เรียนทำไมเยอะแยะ ใช้แค่กฎนิวตันสามข้อเอง =____='
อ๊ะ แต่วิชาพละ โรงเรียนเราไม่มีทำรายงานเลยค่ะ ในคาบก้อให้เล่นๆ ขอแค่ออกกำลังกายในคาบ แล้วค่อยสอบเก็บคะแนนแบบ...เก็บไปงั้น ให้เด็กมันได้ 4 ^^
Hot!

#20 By Pukpik : Nameless Monster on 2008-04-25 18:48

Hot! Hot! Hot!
ถูกใจโดนใจมากมาย แบบนี้แหละที่โดนมา

#21 By rei on 2008-04-25 18:58

เอาอันสุดท้ายๆๆๆๆๆcry
ทำไมสิ่งดีๆของฝรั่งไม่เอามาใช้ อย่างให้เรียนครึ่งวันอีกครึ่งใ้ห้ไปพิพิธภัณฑ์หรือห้องสมุด
เพื่อหาความรู้นอกห้องเรียน
แต่อย่างว่านะ ถ้าเด็กไทยเราคงไปสยามsad smile

#22 By Chocolate Emotion on 2008-04-25 19:02

อ่านดู ผมว่า ระบบการศึกษาในโรงเรียนมัธยมปลายที่ผมเรียนอยู่ ดูดีไปเลยนะครับ

ภาษาไทย - มีการวิเคราะห์ถึงตัวละครแต่ละตัวในเรื่องว่ามีนิสัยเป็นยังไง ในแง่มุมที่แตกต่าง

สังคม - ต้องมีการวิเคราะห์ที่นำมารายงานว่าส่งผลกระทบอย่างไร ทำไม

อังกฤษ - สอนแกรมม่า ฝึกพูดคอนเวอ มีการสอดแทรกความรู้รอบตัวเรื่องภาษา ถ้าอาจารย์ฝรั่งสอน เน้นสอบฟัง และสอบตัวต่อตัว เพื่อให้เกิดความคุ้นเคย

คณิตกับวิทย์ในสายการเรียนของผมมีเรียนน้อย ไม่ขอคอมเม้นครับ

#23 By D û D e ` z on 2008-04-25 19:25

ขอเพิ่มเติมนิดนึง

คือ เนื้อหาในเอนทรี่ผมว่ามันดูเป็น ภาพรวมของเด็กส่วนใหญ่มากกว่า

คือ ถ้าเด็กมีความสนใจในสิ่งไหน ย่อมกระตือรือร้นในเรื่องนั้นๆอยู่พอสมควรครับ


ความหมายก็คือ คิดจะปฏิรูประบบการศึกษา ต้องคิดด้วยว่า ปฏิรูปแล้ว ทางทฤษฏีมันใช้ได้แล้ว แต่ทางปฎิบัติหล่ะ มันใช้ได้มั้ย เด็กไทยมีความกระตือรือร้นในการเรียนมากน้อยแค่ไหนครับ

#24 By D û D e ` z on 2008-04-25 19:29

เห็นด้วยกับพี่Eddy Rep1 ครับ

เพราะฉะนั้นหลายครั้งเลยเหมือนกับเรียนเพื่อสอบ Hot!

#25 By SkyKiD on 2008-04-25 19:36

อือ เป็นคล้าย ๆ กันหมดเลยsad smile
เรียนแล้วถึงได้รู้สึกโหวง ๆ
เหมือนโลกภายนอก กับ โรงเรียน เป็นคนละอณาจักร

#26 By rokjitjung on 2008-04-25 19:43


เราต้องเพิ่มการสอนวิชาคิด..
ให้เริ่มหัดคิดกันตั้งแต่เด็กๆ..
แล้วเราจะได้ไปลงเรียนเป็นคนแรกเลย...5555

confused smile
โดนนนนนนนนนนนนนน~!!!!

ในฐานะที่ยังเป็นนักเรียนอยู่ อยากให้มีระบบนี้ค่ะ ไม่ต้องทันข้าน้อยใช้ก็ได้ ให้พวกรุ่นน้องใช้ก็ได้

เรารู้สึกว่าไม่เคยเข้าใจเลย ที่อาจารย์ตะบี้ตะบันให้งาน เรียนก็เรียนไม่รู้เรื่องเพราะงานมาทุกวันทุกวิชา่ แถมให้ส่งแบบ สั่งเมื่อวานส่งมันวันนี้

เรียนทีก็นั่งลอกงานกันทีค่ะ เพื่อเกรดที่สวยงาม พอเกรดสวยงาม ก็สามารถจะสอบเข้าทีดีๆได้ๆ ชอบไม่ชอบไม่รู้ มหาลัยชื่อสวยดี

Hot! Hot! Hot!

ช่ายเลย

ถ้าผมอยากเข้าวิศวะ/ถาปัด จะให้ผมเรียนเคมี ชีวะ ทำซากอะไรฟะ sad smile

#29 By วิน (124.121.176.9) on 2008-04-25 20:01

อืมมม Hot! Hot! Hot!

#30 By Sp@rk on 2008-04-25 20:04

ใช่ค่ะ โดน! Hot! Hot!

วิทย์ รวมๆ
สอนๆๆ เปิดหนังสือ อ่าน วิเคราะห์เอง สอบโรงอาหาร (จริงๆด้วย sad smile )
อังกฤษ
อยากพูดอยากเขียน แต่มันให้ท่องจำเป้นคำแล้วพอเข้าสอบเจอประโยคคอนทินิวอัสก็บ๋ายบาย...
เอ้อ -- แล้วชอบเอาอาจารย์ปท.เพื่อนบ้านมาสอนด้วย เซ็งกว่าอาจารย์ไทยอีก (ยูเซดอาร๊ายยย)
คณิต เอากับ x เอากับ y ไปสองอย่าง หน้าหลังกำลังสองอะไรก็ยกกำลังกันเข้าไป
ท่านสอนๆ ท่าน บ่นๆ เรา(แอบ)ลอกๆ(เพื่อน) ท่านให้การบ้านข้อคู่ข้อคี่แล้วก็ออก เดี๋ยวพรุ่งนี้เข้าแถวเราก็มาลอกกัน

ชมรม -- ต้องเพิ่มวิชาดนตรี/นาฏศิลป์ ด้วย
ขึ้น ม.4 ยังต้องมารำลาวดวงเดือน ดาวดวงเดือนอะไรสักอย่าง sad smile เป็นชมรมเถอะขอร้อง!!

จะมีมั้ย -- การศึกษาสมัยนี้ทำให้รู้สึกว่าเรียนไปทำไมจริงๆนะเออ เรียนแล้วเอาไปใช้อะไรได้เนี่ย??
เรียนๆๆๆ แล้วรู้สึกว่าเอาไปใช้ที่ไหนไม่ได้ยกเว้นเข้ามหาลัยฯ เอาใบปริญญา wink

#31 By 'ออม' เองงับ on 2008-04-25 20:06

เห็นด้วยเป็นที่สุด

บางทีนั่งเรียนแล้วก็สงสัย ว่าจะเรียนไปทำอะไรได้ เพราะยังไม่ีรู้สึกเลยว่าที่เรียนมานี่มันเป็นเรื่องเป็นราวอะไรกะเค้า
= =+

พอดีเกิดทันเรียน ปวช.รุ่นสุดท้าย

ไอ้วิชาล๊อต3ข้างบนน่ะ ได้เรียนมาเกือบหมด ฮาๆๆๆๆ

ถึงตอนนี้ก็ยังสงสัยอยู่ ว่าทำไมสายวิทย์ต้องเรียนลึกขนาดนั้น เข้ามหาลัยก็ใช่ว่าจะได้ใช้ทุกคนซะหน่อย sad smile ใครเป็นคนคิดหลักสูตรคนแรกหว่า...

#33 By LUMiN on 2008-04-25 20:10

Hot! Hot! Hot!

ป๊าดดดดดดดดด

ถูกใจมาก

ปล.ศิลปะก็มีชมรม

อ่ะ ไปวาดมา ส่งอาทิตย์หน้า

แล้วก็ไม่มีไรเกิดขึ้นsad smile
จบมา สี่ปี คาดว่า แย่เหมือนเดิม

ประถมถึงมอปลาย อังกฤษ

มหาลัย เปลี่ยนมาเป็น uS

ห่านเอ้ย เรียนมาไม่เหมือนกัน เัน จะให้ปรับ จะเข้ากันได้ไหม

#35 By T o' M @ ZZ u ครับ on 2008-04-25 20:28

ทำใจ open-mounthed smile

#36 By iDoi* on 2008-04-25 20:35

คณิตศาสตร์ที่เคยเต้บตอย ม.ปลาย

เปลี่ยนมาเป็นเต่าตอนเรียนมหาลัยค่ะ sad smile

คิดหลายครั้งหลายหนมาก ในหลายๆวิชา ว่าเรียนไปทำไม(วะ)

อยากให้ทุกวิชาเด็กมีสิทธิ์เลือกว่าจะเรียนหรือไม่เรียนน่ะค่ะ คนที่มีเป้าหมายในตัวเองอย่างแก่กล้าจะได้เลือกเฉพาะวิชาที่ตัวเองสนใจและใช้ประโยชน์ได้ ส่วนใครที่ยังไม่มีเป้าหมาย ก็จะได้เลือกเผื่อเรียนไปด้วย โดยที่เด็กไม่ต้องมารู้สึกว่าเขาถูกบังคับเรียน

ม.ปลายของไทย มันคือระบบเรียนเผื่อเลือกดีๆนี่เองsad smile

Hot!

#37 By mookie' on 2008-04-25 20:47

บางวิชาเรียนไปก็ไม่ได้ใช้
ตอนนี้มาเรีนมหาวิทยาลัยแหล่ะ
ยังไม่รู้เลยว่าไอ้วิชาต่างๆ
ที่เรียนมาตอนม.ปลายจะเรียนไปเพื่ออะไรเนี่ย
สุดท้ายก็ต้องมาเริ่มเอาเองตอนอยู่มหาวิทยาลัยอีกที
เพราะตอนม.ปลายเหมือนไม่ได้อะไร

รึว่าเราไม่ตั้งใจเรียนเองวะเนี่ย เหอๆsad smile

#38 By ~memay~ on 2008-04-25 21:21

เห็นด้วยอย่างมากๆเลยค่ะ
การศึกษาไทยมันก็เป็นเเบบนี้เเหละค่ะ ทำใจ T_T
Hot! Hot! Hot!

#39 By Unidentified on 2008-04-25 21:33

ส่วนนึงก็แล้วแต่ รร ละนะ แต่ละที่ก็ไม่เหมือนกัน

แต่อยากให้สอนแล้ว "คิดเป็น" มากกว่า

#40 By KC_CRUSH on 2008-04-25 21:59

มีหลายเวอร์ชั่นเชียว

เรียนไปทำไม
เรียนไปได้ใช้ชัวร์ล่ะครับ

big smile
อืม ม.ปลายส่วนมากเป็นงั้นจริงๆ
เหมือนเลย เหมือนๆกัน

แต่คนที่ชอบเรียน เค้าก็เรียนกันสนุกสนานดีนี่

แบบทดสอบจิตวิทยา นึกถึงครูแนะแนว..

มันยากนะ จะแก้ไขยังไงให้ตรงใจหลายๆฝ่าย

#42 By antzzer on 2008-04-25 23:14

Hot! Hot! Hot! big smile

#43 By QmumuQ on 2008-04-25 23:30

ป่าวนะๆ
สังคมเค้าให้ซื้อหนังสือมา
แล้วลอกใส่สมุดส่งต่างหาก....

อยากรู้จริงๆ ว่าทำเพื่อ ???? wink wink wink

#44 By DP.C. on 2008-04-25 23:47

ค่ะ ถูกทุกข้อ (ร้องไห้)
ตอนนี้มาเรีนลกเปลี่ยนที่ต่งระเทศ เลยรู้สึกหดหู่ใจ
กับชีวิตตัวเองค่ะ เราเรียนอะไรไปที่ไทยน่ะ ฮืออออ

อ่างเรียนภาษาไทยนี่โดนค่ะ อาจารย์ให้อ่านหนังสือนอกวิชาแล้วหลังจากนั้น ก็รอสอบย่อยและเก็บคะเเนน
(ซึ่งตอนเรียนไม่ได้เข้าหัวเลย)
เปรียบเทียบกับที่เยอรมันที่วิชาคล้ายภาษาไทยบ้านเราน่ะค่ะ หนังสือหนึ่งเล่ม เรียนไปทั้งเทอม เกือบทุกคาบค่ะ
วิเคราะห์กันอยู่นั่น ให้รู้กันไปถึงความนึกคิดทีเดียว
ถึงจะดูน่าเบื่อ แต่อ่านแล้วมาช่วยกันวิเคราะห์ให้เข้าใจมันดีกว่าเยอะเลยค่ะ (เหะๆ)

มอบให้ค่ะ Hot!

ปล.กว่าระบบจะพัฒนาตอนนั้นหนูคงมีหลานเหลนไปเรียบร้อยแล้ว ฮ่าๆๆๆ

#45 By ~LuMiNa~ on 2008-04-25 23:55

จะบอกว่า ประเทศ เราการศึกษายามเด็กก็ดีนะครับ ผิดที่วิธีสอน มันยัดเยอะไป เด็กเลยไม่มีเวลาได้คิด อาจารย์ไม่มีเวลาวิเคราะห์ให้เด็กเข้าใจ process

ประเทศเจริญๆอย่างญี่ปุ่น เค้าก็เรียน เหมือนเรานี่หละครับ แต่ว่า เค้ามีกิจกรรม ชมรมหลังเรียนให้ทำไม่เหมือนของเรา เรียนเสร็จ ก็ต้องรีบกลับบ้าน เพราะรถติด

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่หลักสูตร ซะทั้งหมด
อย่างวิชาสายวิทย์ ผมเชื่อว่าเมื่อก่อนดีกว่าปัจจุบัน (เพราะปัจจุบันเน้นทำลายกวดวิชาจนการเรียงเนื้อหามั่วซั่ว)

ผมไม่เชื่อว่า เรียนเลข เรียนเรื่องเงินๆทองๆจะดีกว่า วิชาพวกนี้ควรจะไปอยู่ด้านการงานอาชีพ แต่ไม่ใช่คณิตศาสตร์

วิชาศิลปะ วาดๆเหมือนเดิมดีแล้ว เพราะผมเชื่อว่าไม่มีใครรู้ว่าตัวเองถนัดรักชอบอะไรโดยที่ยังไม่ได้ทำ
ถ้าแค่เห็นแล้วชอบนั่น เรียกว่า ชื่นชม แต่อาจจะไม่ได้รักที่จะทำก็ได้

บางคนก็เห็นแล้วเฉยๆ รู้ตัวว่าชอบเมื่อได้ลงมือ แล้วจะมีชมรมหรืออะไรให้ทำต่อยอดก็ว่ากันไป

บางครั้งเรื่องการเรียนรู้ก็ต้องโทษสังคมไทยมากกว่า ที่จำกัดสิทธิการแสดงความเห็นของเด็ก ผู้ใหญ่ขีดกรอบให้เด็กโดยไม่มีเหตุผลสนับสนุนกรอบนั้นๆ

#46 By หมูทอดซามะ on 2008-04-26 00:18

เฮ่ออออ

การศึกษาไทย...
เรื่องเลขนี่โดนใจจังเลย *-*

#47 By ~Resha-Valentine~ on 2008-04-26 00:33

ตื่งๆ มีเรื่องแล้ว question

มันเป็นเรื่องของสองทางครับ ทั้งผู้เรียนและผู้สอน ผู้เรียนพร้อมเปิดรับขนาดไหน มีความมุ่งมั่นที่จะเรียนรู้เพื่อไปใช้อะไร ส่วนผู้สอน ทั้งที่เป็นมนุษย์หรือสื่ออื่นนั้นเตรียมพร้อมและตอบสองต่อความกระหายการเรียนรู้ของผู้เรียนได้ดีขนาดไหน

ผมว่าปัญหาจริงๆ ของการศึกษาไทยในปัจจุบันจากมุมของผู้เรียน คือความกระหายการเรียนเพื่อทำในสิ่งนั้นจริงๆ ยังมีอยู่น้อย ทุกวันนี้แรงบันดาลใจของเด็กส่วนใหญที่จะลุกขึ้นมาทำอะไรก็ตามยังน้อยทางจริงๆครับ จะว่าไปจบแถวๆ การเป็นฮีโร่ในเกมส์ ฮีโร่ในสนามแข่งบนถนน ก็คงไม่ผิดเท่าไหร่ sad smile

#48 By nora on 2008-04-26 00:52

อยากมันเป็นแบบอันสุดท้ายจริง ๆ
.
แต่แค่ดูจากการเปิด ภาค อินเตอร์ ที่เละเทะ ทำจากยอดลงสู่พื้นแล้วคาดว่าเป็นไปได้ยาก

#49 By renkung on 2008-04-26 01:24

เท่าที่อ่านมา โรงเรียนผมห่วยกว่าของคุณเยอะครับ พูดจากใจจริง tongue
แต่ฮาจริงๆ ตรงภาษาอังกฤษอ่ะ ฮ่าๆๆๆ

ไอ้สุขศึกษาเนี่ย น่าเบื่อสุดๆ รายงานเยอะ หน่วยกิตน้อย อาจารย์ก็น่าเบื่อ
เฮ้อ !! = ='