คำเตือน: เอนทรี่นี้ โคตรลำเอียงแบบเข้าข้างเด็ก แบบใส่อารมณ์ เพราะจขบ ยังเป็นเด็ก
(ที่เข้าผับได้ แต่ไม่เข้า เพราะไม่เกินเหล้า ไม่ชอบเต้น ไม่ชอบเบียด และที่สำคัญ ไม่มีตัง)


จ่าหัวมาแบบเมล reply ก็ต้องมีเอี่ยวกับเอนทรี่ก่อนแน่นอน

บอกตรงๆว่าผมไม่ได้เตรียมตัวและเตรียมใจที่จะมีคนออกมาต่อว่าในเรื่องที่ผมเขียนในเอนทรี่ ระบบการศึกษา
เพียงแต่ผมลืมความจริงไปอย่างหนึ่งคือ เมื่อสิ่งที่ผมเขียนมีคนเห็นด้วย ก็ต้องมีคนไม่เห็นด้วยเป็นธรรมดา
วันนี้เลยอยากมาตอบคำถามที่ค้างคานะครับ และ ใส่ความเห็นเพิ่มเติมนะครับ

เอนทรี่ที่แล้ว เป็นเพียงมุมมองของผมเท่านั้น และผมก็ไม่ได้บอกว่าระบบที่ผมเสนอไม่มีจุดบกพร่องและข้อเสีย
ไม่มีระบบไหนหรอกครับ ที่จะดีเลิศไปหมด ผมแค่เสนอสิ่งที่ผมคิดว่าดีที่สุด ออกมาจากสมองธรรมดาๆของผมก็เท่านั้น

และระบบไหนๆก็ต้องมีข้อเสียและการพัฒนาทั้งนั้น เหมือนวินโดว์ที่ออกใหม่ทุกวัน โปรแกรมที่ออกเวอร์ใหม่ทุกวัน โนเกียมันยังออกรุ่นใหม่ทุกเดือนเลย(ยืมมาจากการ์ตูน ERROR)

ขนาดไวรัสยังมีไวรัสใหม่ๆทุกวัน และแน่นอน แอนตี้ไวรัสเวอร์ชั่นใหม่ด้วย
ระบบการศึกษาก็คงไม่ต่างกัน ต้องมีการพัฒนาที่ไม่สิ้นสุดไปเรื่อยๆ

ก่อนอื่นเลยผมขอตอบความเห็น(แบบแก้ตัวน้ำใส ไม่ขุ่นชัวร์ อิๆ)ให้กับคุณ คห ที่อาจสงสัย ในความคิดเห็นของผมก่อน
และขอขอบคุณ คห เหล่านี้ที่ชี้ให้ผมเห็นข้อดีข้อเสียทำให้ผมเพิ่มไอเดียลงไปในสิ่งที่ผมเคยเขียนครับ
และขอขอบคุณทุก คห ที่ทำให้เอนทรี่ที่แล้วเป็น Hot Post และขอขอบคุณทุกกำลังใจครับ
(มันพูดยังกะ credit ปกซีดีนักร้อง นักเขียนเล้ย)


คุณหมอครับ เพราะเด็กไม่มีเป้าหมาย ผมถึงอยากให้ทำแบบทดสอบทางจิตวิทยาและความถนัดไงล่ะครับ
เพื่อที่เขาจะได้รู้ความถนัดของตัวเอง แต่ถ้าเขาต้องการด้านอื่นก็เป็นสิทธิ์ของเขา เรื่องความชอบมันหยุดกันยาก




คห 19 ยอมรับครับว่ามี เพียงแต่มันเยอะ เพราะเรายัดหลักสูตรเข้ามา โดยไม่ตัดของเก่าทิ้งไป
และอะไรที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน หรือ วิธีนำมาประยุกต์ เรายังไม่ได้สอนกันจริงๆ



คห 24 ใช่ครับ ความกระตือรือร้นอยู่ที่เด็กเอง อันนี้ ต่อให้ปฏิรูปการศึกษายังไงก็ช่วยไม่ได้
แต่ที่ผมเขียนก็แค่เพื่อช่วยคนที่เขาอยากเรียนจริงๆ แล้วนำไปใช้ได้ครับ



คห 48 ผมว่ามันมีวิธีที่จะช่วยทำให้ความกระหายในการเรียนรู้นั้นมีมากขึ้น
เพียงแต่เราไม่ได้นำมาให้เด็กเรียนรู้ เด็กจึงมองไม่เห็นภาพจริงๆ
อย่างงี้ผมว่าควรเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เรียกว่า ทัศนศึกษา ให้เด็กเห็นชีวิตจริง
มากกว่าคนรวยล้นฟ้าในละคร กับ คนขายของริมถนน และ โบราณวัตถุ
โบราณวัตถุไม่ใช่ไม่ดีนะครับ เพียงแต่อยากให้เสริมด้านอื่นมั่ง
เพราะโบราณวัตถุมีความเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันเพียงบางส่วนเท่านั้น



คห 63 ความสามารถในการจำนั้น จำเป็นแน่นอน เพียงแต่เนื้อหาเยอะอย่างนี้
แถมสังคมยังตีกรอบมาให้เด็กอยู่นั้นก็ช่วยไม่ได้ ส่วนที่บอกว่าเป็นข้ออ้างข้อแก้ตัว
ผมก็ไม่เถียง เพราะมันก็มีเหตุผลและปัจจัยอื่นๆด้วย แต่อย่างน้อย
ผมว่าข้อแก้ตัวของผมก็ไม่ได้ขุ่นเหมือนน้ำในคลองนะครับ
ผู้ใหญ่ทำตามเด็กแล้วหน้าแตก อย่างนี้เด็กก็ไม่มีวันถูกสิ
สังคมอันดีงามควรให้ความเคารพผู้อาวุโส ตราบใดที่เขา เป็นฝ่ายถูกจริงๆครับ

ที่ผมเสนอระบบนี้ เพราะผมเห็นชีวิตของหลายคนมันผิดพลาดมาแล้ว ในเรื่องการดำเนินชีวิต
ทำไมประเทศบางประเทศเขาไม่ได้เรียนหนักอย่างเรา เขายังพัฒนาได้
ต่อให้เขาไม่ได้ทำตามที่ผมว่าไว้เป๊ะๆ เรียนก็อาจจะเรียนซ้ำๆเดิมๆก็ตาม

ผมไม่อยากให้เราติดกับค่านิยมเดิมๆ ว่า เราจะต้องเข้า รร ชื่อดัง ขึ้น ม ปลาย ก็ต้องเรียนสายวิทย์
พอจบออกมาก็ต้องเข้า ม รัฐ อย่าง จุฬา มธ หรือ ม เอกชน อย่าง เอแบค แล้วมาดูถูกมหาลัยอื่นๆ
(คนประสบความสำเร็จหลายคนก็ไม่ได้จบมหาลัยมีชื่อที่เราแย่งๆกันเข้านะครับ)
จบมาก็ต้องเรียนโท เหมือนการแข่งขันที่ไม่มีวันสิ้นสุด แต่พอไปทำงานก็ทำอะไรไม่ถูก

อีกอย่างก็คือ ความรู้ที่มันแค่เอาไว้ใช้สอบ เรียน ม ปลายเพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัย(แล้วก็ไม่ได้ใช้ในมหาวิทยาลัยซักเท่าไหร่)
เรียน มหาวิทยาลัย เพื่อ เอาเกรด กับ วุฒิไว้สมัครงาน แล้วก็มีไม่กี่คนที่ได้งานตรงสาย หรือ ได้ใช้ความรู้ที่มีจริงๆ

การศึกษาก็เป็นเหมือนการลงทุนในชีวิต เพื่อเอากำไรจากการทำงานและประสบความสำเร็จ
ผมยังเห็นการศึกษาไทยยังติดกับค่านิยมเดิมๆ เรียนเอาเนื้อหาแบบปริมาณ มากกว่าคุณภาพที่นำมาใช้ได้จริง

ระบบโอเนตเอเนต คุณบอกว่าเอามาใช้เพื่อช่วยเด็ก ตจว แล้วคุณเห็นว่าระบบมีปัญหาแค่ไหน
ถ้าอยากช่วยเด็ก ตจว คุณก็กันโควต้าไว้ให้เขาเลยส่วนนึง ดีกว่ามั้ย
(ไอเดียโควต้าเอามาจากหนังสือ QUESTIONMARK เกี่ยวกะใครนั้น ลองเดาเอาละกันครับเหอะๆ)
แล้วตอนเอามาใช้ ขอบอกว่ารุ่นผมเนี่ย รุ่นแรกเลยครับ ที่เจอระบบนี้แบบไม่ทันตั้งตัว
เพราะถ้าคุณจะเปลี่ยนระบบจริงๆ มันต้องเริ่มที่ช่วงต่ออย่าง ม.1, ม.3 สิ
พวกผมกว่าจะรู้ก็ ม. 5 เกือบ 6 ไปแล้ว วิ่งกันจ้าละหวั่นเลย

เจอระบบนี้ทีเด็กวิทย์ต้องไปหาเรียนศิลป์เพิ่ม เด็กศิลป์ต้องหาเรียนวิทย์เพิ่ม และได้ยินว่าจะเพิ่มสุขศึกษาอะไรอีก
เด็ก ม ปลาย ก็ทำได้แค่ เรียน เสร็จแล้วก็เรียนพิเศษต่ออีกมากมาย เพราะความรู้ที่โรงเรียนสอนมันไม่พอ
เรียนเสร็จ ไม่ได้สอนวิธีใช้ให้เด็ก เด็กก็ลืม จะบอกว่าเพราะเด็กไม่ขวนขวายเอง แล้วคุณให้เด็กเรียนทำไม

ผมขอบอกว่า ระบบนี้เป็นเหมือนการเติมน้ำลงไปในน้ำที่เต็มแล้ว
เหมือนให้เด็กกินสิ่งที่พวกคุณๆบอกว่าเป็นประโยชน์ ทั้งๆที่พวกเราต้องกินของเก่าๆด้วย จนแทบจะอวกแล้ว
ถ้าคุณจะเสริมความรู้ใหม่ คุณก็ต้องมาจัดการกับความรู้เก่าด้วย
ถ้าคุณจะบอกว่าแล้วทำไมหลายๆคนทำได้ ถามหน่อย จะมีกี่คนที่กระเพาะสมองย่อยได้ดีอย่างนั้นล่ะครับ

นี่ผมยังไม่รวมการมองค่านิยมของการเรียนสายสามัญ กับ สายอาชีพด้วยนะครับ ซึ่งผมขอละไว้ในเอนทรี่นี้แล้วกัน
เดี๋ยวจะยาวจนคนอ่านเบื่อ

สุดท้าย เกี่ยวกับเรื่องเงิน ทำไมผมอยากให้เรียนเกี่ยวกับเงิน เพราะผมเห็นหลายคนตกม้าตายในการบริหารเงินมาแล้ว
ในชีวิตจริงคุณหนีเงินไม่พ้นหรอก เพราะฉะนั้น ถ้าไม่อยากลำบาก เราก็ต้องรู้ว่าเราจะจัดการกับมันยังไง

ผมอยากจะบอกว่า เจ้าของ CP ยังไม่ได้เข้ามหาลัย บิล เกต ก็ไม่ได้จบตรี (ทั้งๆที่เรียนเก่งมาก)
แต่พวกเขารู้ในสิ่งที่ควรรู้และมองเห็นโอกาส เลยทำให้ประสบความสำเร็จ

ทำไมไม่กระตุ้นให้เด็กไทยทำได้มั่งล่ะครับ
ผมเชื่อว่าศักยภาพของพวกเราทำได้
เราอาจจะไม่ต้องรวยมากมายเหมือนกับนักธุรกิจ(และตำรวจ)บางท่าน

เราอาจจะไม่ต้องหัวดี และ เก่งทั้งด้านไอที กับ ธุรกิจเหมือนบิล เกต

เราอาจจะไม่ต้องหัวดีเหมือนไอน์สไตน์

ขอแค่ให้อยู่สบาย มีความสุขกับชีวิต แบบไม่ต้องปากกัด ตีนถีบ แล้วยังต้องใช้ตูดดันอย่างทุลักทุเลอีกก็พอแล้ว

ปล. ตอบคุณที่ส่ง ems มาหาผม เรื่องขัดใจเอนทรี่ที่แล้ว (ขอไม่บอกว่าเป็นใครนะครับ) หวังว่าเอนทรี่นี้คงช่วยให้่คำตอบบางอย่างอับคุณบ้างนะครับ ถ้ายังไม่กระจ่างก็ขออภัย และถ้าอยากได้ความเห็น หรือให้ผมเขียนอะไรเพิ่มเติมก็ ems มาบอกกันนะครับ ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นครับ ส่วนใครอยากคุยกับผมก็แอด msn ผมมาได้นะครับ อยู่ใน Profile ครับ

ปล2. หากเห็นว่ามีอะไรไม่เหมาะสม อยากให้แก้ไข เพิ่มเติมอะไรในเอนทรี่นี้ก็บอกผมได้นะครับ

ปล3. จขบ จัดหน้าให้มันแสดงผลในหมาไฟให้สวยไม่เป็น ใครทำเป็นช่วยให้เอนทรี่เปิ่นๆนี่อ่านง่ายทีครับ

ปล4. ต่อให้ปฏิรูปการศึกษายังไง ก็จะต้องมีทั้งคนสำเร็จ และ ไม่สำเร็จ ยังไงก็ขึ้นอยู่กับตัวคุณเองแล้วแหละครับ ผมแค่เสนอ และ ระบายในสิ่งที่คิดว่าอาจช่วยให้ชีวิตมีคุณภาพมากขึ้น หากรุนแรงเกินไปก็ขออภัยไว้ด้วยครับ (แต่ผมเตือนไว้แล้วนา ว่าเอนทรี่นี้ เข้าข้างเด็ก)


Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

"สิ่งเดียวที่ขัดขวางการเรียนรู้ของข้าพเจ้าคือระบบการศึกษา"
ใครพูดประโยคนี้จำไม่ได้แล้ว big smile
ถึงการเรียนจะไม่มีวันสิ้นสุด
แต่การสอนแบบวิธีผิดผิดก็สมควรจะสิ้นสุด

เด็กไทยทุกคนกำลังแห่ไปเรียนพิเศษ
ในขณะที่เด็กอีกหลายประเทศเรียนแค่ในโรงเรียน
แต่ประเทศเค้าสามารถพัฒนาบุคลากรที่สมบูรณ์ออกมาได้มากกว่า
เพราะเค้ารู้ดีไง ว่าความรู้ย่อมมาจากการใฝ่รู้ของเด็กเองนอกห้องเรียน
ไม่ใช่จากหนังสือ ตำรา แต่เป็นธรรมชาติการใช้ชีวิต

ในวันนี้เด็กไทยกำลังเรียนอะไรอีกมากมาย
ที่บางครั้ง ตัวเราเองถามครูว่าเรียนไปทำไม
ถ้าครูเองยังตอบเด็กไม่ได้ บอกแค่ว่าจำไปเหอะ
แล้วเราจะเรียนไปทำไม

น่าเสียดาย เด็กไทยจำเก่ง แต่ประยุกต์ใช้ไม่เป็น
เพราะไม่มีใครสอนให้คิด มีแต่คนที่สอนให้จำ

#1 By sunnysunday:) on 2008-04-29 16:53

Hot!Hot! forgot to give this big smile

#2 By sunnysunday:) on 2008-04-29 16:55

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! cry

เห็นด้วยทุกประการข้างบนค่ะ

ปล. เราเรียนสายอาชีพตอนม.ปลายมา (จริงๆต้องบอกว่า ป.ว.ช. สินะ) พอคุยกับเพื่อนที่เรียนสายวิทย์ที่สาธิตแล้ว รู้สึกว่าชีวิตเรานี่โชคดีที่เรียนสายอาชีพ ฮาๆๆ

#3 By LUMiN on 2008-04-29 17:31

อิอิ ไม่คิดมากค่ะ จะลาวงการแล้วละ อีกไม่นาน เหอ ๆ ความคิดเห็นดีค่ะ

ถ้าหากว่าการศึกษาในอุดมคติที่อยากให้เป็นจะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างคนให้มีคุณภาพ

สำหรับคนเม้นท์คนนี้ก็อยากจะให้ครอบครัว การสั่งสอน รวมถึงสื่อต่าง ๆ ในสังคม ร่วมมือร่วมใจเพาะเมล็ดพันธุ์ให้ออกผลงดงามค่ะ

big smile

#4 By tungmay on 2008-04-29 19:26

ไม่เบื่อหรอกค่ะ

มุมมองกับความคิดดีๆแบบนี้ตีแผ่มันออกมา

ให้คนอื่นได้รู้จักก็ดีค่ะ

การที่บอกว่าเด็กกระหายความรู้ที่แท้จริงมีไม่มากนี่

คิดว่าเป็นเรื่องจริงนะคะ

ปล. อยากให้กระตุ้นเรื่องที่ว่าอยากให้"พวกเขารู้ในสิ่งที่ควรรู้ เลยทำให้ประสบความสำเร็จ" ดีมากๆเลย

ถ้าทำได้
confused smile Hot! Hot! Hot!
Hot! เอาง่ายๆ รับดาวเลยแล้วกัน
สิ่งที่แสดงว่าการศึกษาไทยล้มเหลว ก็คือตอนนี้เด็กมันต้องไปเรียนพิเศษเพิ่มเติมกันแทบทุกคนตั้งแต่อนุบาลแล้วคับconfused smile

#7 By seaugpor on 2008-04-29 22:05

อ้อลืม อัญเชิญคุณน้องมารับtag ที่บ้านผมด้วยคับhttp://seaugpor.exteen.com/20080429/tag ขอบคุณคับbig smile

#8 By seaugpor on 2008-04-29 22:05

เห็นด้วยค่ะ

คิดอยู่เหมือนกันว่าอยากเรียนจบ เพราะจะได้เอาไปสมัครงานเฉยๆ - -"

ส่วนสิ่งที่อยากทำ ชอบจิงๆก็รอหางาน(เงิน)ได้ก่อน ค่อยหาโอกาสไปทำตามฝัน
เพราะไอสิ่งที่ชอบเนี่ย มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกะสิ่งที่เรียนมาเลยแม้แต่น้อยนี่สิ - -"

เรียนสายศิลป์คำนวณ
ชอบเลขกะอังกิดมากค่ะ แต่อยากทำงานเกี่ยวกะคอม ไม่ก็ดนตรี...

แต่ถึงกระนั้น ก็ไม่มีโอกาสได้ไปหาเรียนพิเศษพวกดนตรีกะคอมเลย ขาดแคลนทุนทรัพย์ *-*
(เอาไปลงเกมกะกาตูนหมด)

#9 By ~Resha-Valentine~ on 2008-04-29 22:43

อ๊ะ... ชอบค่ะ เอนทรีที่ออกความคิดเห็นตรงไปตรงมา
Hot! Hot! Hot!

#10 By ~Resha-Valentine~ on 2008-04-29 22:44

Hot! big smile

#11 By ^_poomapooma_^ on 2008-04-30 08:26

อู้วว้าว

ประเด็มมานร้อนๆ 55555+confused smile

ความคิดมันหลากหลายจริงๆ

#12 By VaNneSSa (161.200.255.162) on 2008-04-30 09:19

สำหรับคนที่รู้ตัวแล้วว่าชอบอ่ะไรอย่างชี่ ..
(ตอนนี้ก่ะลังจะมอหกค้าบบพ้มมม)
ก้อ .. . มีรู้สึกอยู่บ้างว่า .. .
อยากเรียนเฉพาะที่จะสอบ
. .. เพราะยังไงก้อตาม
แอดมิชชั่น . .. เหมือนเป็นการสอบครั้งเดียว
แล้วตัดสินเลยว่า
คนนี้ มีสิทธิ์ ที่จะเข้าเรียน
หรือไม่เข้าเรียน คณะนี้ๆๆๆๆ นั้นๆๆ
ฉะนั้น เท่าที่เรียน
คือเรียน
เพื่อสอบ .. .. ใช่

ความจริงก็ไม่อยากเป็นแบบนั้นสักเท่าไหร่
เหมือนเรียนมอปลาย เรียนแค่ให้เรารู้ว่าเราชอบ
หรือไม่ชอบอะไรซะมากกว่า
ซึ่งบางคน เรียนจนจะจบมอปลายยังไม่รู้ด้วยซ้ำ
ก้อสอบๆๆไป . ..

เด่กๆๆก้อเลยมุ่งมั่นไปที่การสอบ สอบ และสอบ .. ..

งื่มมม confused smile

เด่กมอปลาย ทุกคน ถ้าเรียนสายเดียวกัน
ก้อต้องเรียนเหมือนๆๆกัน ทั้งๆที่คนแต่ละคนอาจจะชอบไม่เหมือนกัน . ..

แต่เคยได้ยินมาว่าต่างประเทศ ถ้าเทียบกับของเรา
เค้าเรียนไม่เยอะเว่อเหมือนเรา
แต่ความคิดเค้าดี เค้าคิดเป็น .. .
แต่เราเรียนเยอะ ไปเน้นจำ
เน้ออ่ะไรอย่างอื่นมากกว่าความคิดแฮะ
ต่างประเทศ .. .
เหมือนเรียนจบมอต้นแล้วก้อเลือกเลย ชอบอะไร ..
ก้อเรียนอันนั้นไป . .

ไม่รู้น้าค้าบบ มันก้อ เป็นสิ่งที่ชี่คิดแฮะ ถูกไม่ถูกแนะนำด้วยเน้อ
ปีหน้าแอดมิชชั่นละ
ช่วงนี้ก้อ เตรียมตัว 'สอบ'อิอิconfused smile
Hot! Hot! Hot! Hot!

#13 By cii³ on 2008-04-30 10:22

สังคมอันดีงามควรให้ความเคารพผู้อาวุโส ตราบใดที่เขา เป็นฝ่ายถูกจริงๆครับ
Yes!!
หากผู้ใหญ่ผิดพลาด อย่ามัวกลัวหน้าแตก แก้ไขให้มันถูกเพื่อตนเองและอนาคตของ(เด็ก)ทุกคนดีกั่ววว open-mounthed smile

เป็นความจริงที่นักวิชาการบางคนจบมาจาก ม.อะไรก็ไม่รู้? แต่เขาเก่งได้...นี่นา เป็นค่านิยมที่ติดอยู่ในใจคนไทยมาหลายต่อหลายรุ่นและพยายามฝังให้เด็กต้องคิดแบบนี้

ตปท.เขาปล่อยให้เด็กทำในสิ่งที่ต้องการ แต่อยู่ในกรอบการศึกษาในสิ่งที่ควร เวลาเด็กถามศัพท์ vocab ผู้ใหญ่จะยื่นดิกให้เด็กหาเอง แทนที่จะบอกศัพท์ไปเลย ไม่เหมือนคนไทย ไม่ได้เปิดไม่ได้ถาม ขอลอกละกัน...ระบบและความคิดมันแตกต่างกันมากมาย

ชอบที่ คห.1 ว่า: "แต่การสอนแบบวิธีผิดผิดก็สมควรจะสิ้นสุด" ซักทีนะเออ!!

#14 By 'ออม' เองงับ on 2008-04-30 17:12

เด็กไทย ต้องเรียนมากจนเกินไปครับ
เรียนมากเกินไป จนทำอย่างอื่นไม่เป็น เพราะไม่มีเวลา

นั่งเรียนอย่างเดียว แต่ไม่ได้คิด เมื่อไม่ได้คิด ก็ประยุกต์ไม่เป็น ก็ไม่เกิดผล ก็เสียเปล่า

#15 By D û D e ` z on 2008-04-30 20:24

เริ่มตอบ

ผมคือ ไม่มีสมาชิกชื่อนี้ ใน Pantip.com เจ้าของข้อความที่คุณ quote มาลง entry ที่แล้วเองครับ
ผม reply ไปใน entry ที่แล้วแต่คุณคงมองข้ามมันไป
ไม่เป็นไร


การศึกษา มันเริ่มต้นที่การจำจริงครับ
คุณคงไม่เถียงนะ ว่าคุณจำได้ว่า 1+1 = 2
ก่อนที่คุณจะเข้าใจมันเสียอีก


การเรียนในโรงเรียน มันมีมากมายหลายเรื่อง แต่เค้าก็ไม่ได้บังคับคุณ ว่าคุณต้องรุ้ทุกเรื่อง เก่งทุกเรื่อง ผมว่ามันดีเสียอีก ที่มันมีเยอะ เยอะจนสามารถทำให้เราค้นหาได้ว่า จริงๆแล้วชีวิตของเราชอบอะไร สนใจอะไร รักอะไร ทำอะไรได้ดี

คุณอาจจะมองว่า มันเยอะชิบหาย เรียนไปก็รู้ไม่หมด ในตอนแรกผมก็คิดเช่นนั้น แต่หลังมาผมเปลี่ยนความคิด ส่วนหลายคนที่ยังติดกับ อยู่กับอคติที่คอยต่อต้านระบบ ต่อต้านการแข่งขัน ก็ได้ล้มหายตายจากไป

ประเด็นต่อมา

เรื่อง รร. ดัง มหาลัยดัง ผมไม่เจาะจงชื่อนะครับ แต่ส่วนตัวผมคิดว่า สังคมในโรงเรียน มหา'ลัย หรือที่ไหนๆ มันย่อมเปลี่ยนตัวคุณได้ ในที่ที่ดี ก็ย่อมมีคนที่ดีอยู่เยอะ ผมเป็นคนหนึ่งที่ผ่านประสบการณ์พวกนี้มา ยอมรับเลยว่าเพื่อนเก่งๆ อาจารย์เก่งๆ มันเปลี่ยนตัวผมได้จริงๆ ลองนึกภาพคุณเป็นคนสนใจ math มากๆ อยากเรียนด้านนี้ให้สูงๆ ก็เลยต้องสอบเข้ามหา'ลัยให้ได้ แต่ดันไปอยู่ รร.ไรไม่รู้ มีปัญหาถามใครก็ไม่ได้ อาจารย์สอนไม่เข้าใจยกมือถามก็โดนเพื่อนๆมอง หาว่าไอ้นี่เด็กเรียน เอาหนังสือไปอ่านที่โรงเรียนก็โดนล้อ สิ่งเหล่านี้ในชีวิตผมไม่ค่อยเจอ ผมชอบสังคมที่ผมอยู่ มันทำให้ผมมีวันนี้

ผมเขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ใน blog แล้วถ้าสนใจก็ตามได้ entry ล่าสุดนี้แหละ

ต่อมา

ข้อความนั้น ที่ Pantip ผมโพสเชิงเสียดสีครับ

โรงเรียนมันไม่มีอะไรดีเลยใช่มั๊ย - ไม่ใช่ครับ

ผมเลือกโพสสิ่งที่คิดว่าเกิดขึ้นกับทุกๆคน ไปอ่านดูอีกรอบ http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X6543841/X6543841.html#7 หลายๆคนบอกโดนๆๆ ๆ

จริงๆแล้วหลายข้อในนั้นเป็นเรื่องดีด้วยซ้ำ

ปัญหามันต้องช่วยกันแก้ เปลี่ยนระบบหลายรอบ คนใช้คนเดิม มันก็ทำอย่างเดิม ในโรงเรียน มีอะไรมากมายให้คุณสนใจ แต่ดันเอาเวลาไปทำอะไรไม่รู้ เล่นเนตไปวันๆ ดูทีวีไปวันๆ ลงเรียนพิเศษหมดไปหลายหมื่นแต่พอเวลาเรียนดันโดดไปเดินสยาม

พอผลสอบออกมาแย่ ก็โทษนั่นโทษนี่ admissions ห่วยบ้าง โรงเรียนไม่ดีบ้าง ไม่ได้เรียนพิเศษบ้าง

ผมถาม ไม่โทษตัวคุณเองบ้างล่ะ ?



ปล.เรื่องบิลเกต ที่คุณยกมา อยากให้ไปหาข้อมูลเพิ่มครับ เอาแค่ห้องหว้ากอก็คงจะพอมีให้อ่าน บิลเกต เป็นคนฉลาดมาก เป็นอันดับหนึ่งของรุ่นด้านคอมด้วยซ้ำ ที่เค้าออกจากมหา'ลัย ไม่ใช่เพราะไม่เก่ง เค้าออกเพราะมองเห็นโอกาสทางธุรกิจ บิลเกตไม่ควรจะเอามาใช้เป็นข้ออ้าง !
ถ้าเจอที่ไหน ผมมักจะถามกลับว่า "มีซักกี่คนในโลกที่เก่งอย่างบิลเกต" อ่าน entry "มีช่างจูนเปียโนกี่คนในชิคาโก้?" ของคุณhouse แล้วตอบผมหน่อยซิ

#16 By book on 2008-04-30 20:54

อ้อ ขอโทษครับ

ผมกลับไปอ่าน entry ที่แล้วอีกรอบถึงรู้ว่าคุณอ่านแล้ว


ขอโทษนะครับ

ขอถอนคำพูดใน บรรทัดที่สี่ ข้อความข้างบน

ขอโทษอีกทีครับ sad smile

#17 By book on 2008-04-30 20:57

ขอตอบคุณอัจฉริยะโง่นะครับ

ถ้าคุณถามว่าทำไมผมไม่โทษตัวเองบ้าง ไม่ใช่ว่าไม่โทษตัวเองนะครับ เพียงแต่ผมพิมพ์ไปข้างบนแล้ว ว่า ความกระตือรือร้นอยู่ที่เด็กเอง อันนี้ ต่อให้ปฏิรูปการศึกษายังไงก็ช่วยไม่ได้

ส่วนเรื่องของบิล เกต นั่น ผมก็ไม่ได้ว่าเขาหัวไม่ดีนะครับ เขาเก่ง เพียงแต่เขามองเห็นโอกาสทางธุรกิจ แล้วทำไมเราไม่สอนให้เด็กมองโอกาสบ้างล่ะ มันก็เท่านั้น แล้วที่ผมพิมพ์ก็แค่จะบอกว่า อย่าไปยึดติดกับค่านิยมเดิมๆเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยเท่านั้น

แล้วอีกอย่าง ผมก็ได้บอกว่าเราอาจจะไม่ต้องรวยมากมาย(หรือเก่งมากมาย ลืมบอกไป) แต่ขอให้เราอยู่สบายก็พอแล้วล่ะครับ

สุดท้าย เอนทรี่นี้ ผมจะเขียนเฉพาะเรื่องระบบการศึกษา เพราะฉะนั้น เรื่องของตัวเด็ก ผมจะไม่ใส่ลงไปมาก เพราะอย่างที่บอก คุณจะสำเร็จมั้ย ก็อยู่ที่ตัวคุณเอง เพียงแต่ผมอยากให้ปรับการศึกษาให้เด็กรู้จักการใช้ชีวิตให้มีคุณภาพมากขึ้น เท่านั้นเองแหละครับ

แต่ผมก็ขอขอบคุณและรับคำติชมไว้นะครับ

ปล. ขอโทษด้วย หากมันดูเป็นการแก้ตัวน้ำขุ่น หรือ เข้าใจผิดนะครับ

#18 By คนธรรมดา on 2008-04-30 21:40

โหย เห็นตัวหนังสือแล้วง่วงนอนขึ้นมาทันควัน แปะเอ็นถี่นี้ไว้ก่อนนะคะ

เดี๋ยวพรุ่งนี้จะมาอ่าน(มีงี้ด้วย) 55

#19 By ชาเขียวaddict on 2008-05-01 01:14

เคาะบรรทัดซักหน่อยน่าจะช่วยได้นะ

ดูอย่างสองบรรทัดแรกนะคะ เข้าไปแก้แล้วเคาะบรรทัดใหม่
จัดรูปหน้าใหม่น่าจะช่วยได้

ส่วนที่เป็นรูปความกว้างไม่ควรจะใหญ่กว่าความกว้างของส่วนเขียนค่ะ น่าจะไม่ควรเกิน 450 - 500 มั้ง

#20 By ตุ้มเป๊ะ on 2008-05-01 09:48

เจ้าของบล็อกรุ่นเดียวกับเราแฮะ 55+

ตอนอยู่ปี 1 เราก็ก่นด่าว่าให้เรามาเรียนเนื้อหาธรรมดาทำไมฟ่ะ ไม่เห็นจะเกี่ยวกับสายวิชาเล้ย แล้ววิชาก็โคตรเยอะ แถมข้อสอบยากอีกตะหาก(เรียนหมอจ่ะ)

ตอนที่อยู่ ม.ปลายเราก็ก่นด่าว่า ทำโอเน็ตเอเน็ตมาหาหอกไรฟ่ะ...ยังไม่พร้อมใช้เลยนี่หน่า

ตอนม.ต้น เราก็ก่นด่าระบบการศึกษาว่าทำไมต้องให้กูทำโครงงานด้วยฟ่ะ

แต่พอมองย้อนกลับไป บางทีระบบมันก็มีข้อดีในตัวมันเหมือนกันค่ะ

ปี 1 เหมือนเค้าจะปู้พื้นให้เราว่า เี่นี่ยพวกแกต้องเตรียมตัวอ่านหนังสือเยอะๆนะ ไม่งั้นไม่รอด

ม.ปลาย หากไม่มีปีพวกเราเป็นปีเริ่มแรก แล้วเมื่อไหร่จะมี รุ่นน้องเรา?? แล้วมันก็เป็นอีหรอบเดิมน่ะแหละค่ะ

ม.ต้น ทำโครงงานก็ดีเหมือนกันนะ ทำให้เรามีความรู้เพิ่มเติมนอกเหนือจากในหนังสือ(จริง ๆ) คือเราเป็นฝ่ายสืบค้นข้อมูลน่ะค่ะ บางทีก็รู้สึกสนุกกับมันนะ

แต่ยังไงก็แล้วแต่ การที่เจ้าของบล็อกออกมาประกาศความคิดเห็นอย่างนี้ เรา "เห็นด้วย" ค่ะ เข้าข้างเด็กด้วยกันเอง55

ก็ต้องคอยชมต่อไปละกันว่าระบบการศึกษาไทยจะเป็นเยี่ยงไรต่อไป

big smile

#21 By ชาเขียวaddict on 2008-05-01 11:08

เรื่องระบบการศึกษานี่ยังเป็นปัญหาที่หลายคนก็มีหลากมุมมองนะคะ

เห็นเค้าว่าจะเปลี่ยนระบบสอบเข้ามหาลัยอีก เง้อ... กะลังคิดว่า เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาแล้วมันจะไม่สับสนเหรอ

แต่เห็นด้วยนะคะ ที่ไม่อยากให้เดะยึดค่านิยมจบมาต้งเข้าโรงเรียนชื่อดัง หรือ มหาลัยดังๆ

บางคนถึงขนาดอมเข้าคณะที่ตัวเองไม่ชอบ เพื่อให้เป็นนักศึกษามหาลัยนั้นๆ มันอาจจะไม่ใช่ทางเลือกที่ดีมั๊งงับ

เพราะถ้าเราไม่ชอบ มันก็เหมือนตายทั้งเป็นเลยเง้อ

ป.ล. การศึกษาไทย ยังมีช่องว่างระหว่างเดะกรุง กับ ต่างจังหวัด อยากให้ลบช่องว่างนี้ออกไปจัง
angry smile

#22 By *~ แม่มด ~* on 2008-05-01 13:16

ตกลงว่า Entry นี้ เท่าที่พี่อ่าน ประเด็นน่าจะอยู่ที่ค่านิยม การศึกษา ประมาณนี้ป่าวคะ พี่ก็ยังยืนยันนะคะว่าความคิดคนเปลี่ยนยากมากๆค่ะ ป.ตรีตกงานเกลื่อนไป ป.โท ตกงานเกลื่อน(กระทบ) พี่ว่านะคะ ผู้ใหญ่เค้าเห็นว่าไอ้การศึกษามันเป็นทางลัดไปสู่ความสำเร็จมากกว่า ถ้าเทียบกับเจ้าของ CP อย่างที่น้องว่าไม่ได้เรียนมหาลัย พี่ไม่รู้ข้อมูลหรอกนะ แต่คิดว่ากว่าเค้าจะสำเร็จได้ถึงทุกวันนี้คงผ่านปัญหามามากมายแน่นอน แต่ถ้าเค้า เรียนสูงกว่านี้อีกหน่อย ทักษะ ความรู้ที่เรียนมาอาจช่วยแก้ปัญหา หรือลดปัญหาของเค้าให้น้อยลงได้บ้าง มั๊งคะ

ปล.พี่ก็ไม่ได้เก่งกาจอะไรเลยนะคะ คิดยังไงก็พิมพ์ไปอย่างนั้น บางครั้งอาจจะใช้คำที่ไม่สวยงามหรือแรงไป อย่า entry ก่อน ก็ขออภัยด้วย ถ้าย้อนไปตอนพี่อายุเท่าน้อง พี่อาจจะคิดแบบเดียวกับน้องก็ได้ค่ะ แล้วก็หมันไส้ ป้า rusleeping จริงๆquestion

#23 By rusleeping on 2008-05-01 13:26

ส่วนตัวเอนะ เข้าโรงเรียนไหนก็ได้อ่ะครับ

เพราะเอคิดว่ามันอยู่ที่ตัว ผู่้สอนซะมากกว่า

ถ้าผู้สอนให้ความรู้เท่าเทียมกัน เอว่า

ต่อให้โรงเรียนวัด ก็ดี พอ ๆ กับสวนกุหลาบแหละครับ

ต้องปลูกฝังค่านิยมให้กับนักศึกษา ครูที่กำลังจะจบน่ะครับ เอว่านะ

ครูรุ่นใหม่ ๆ จะได้ ไม่หวงวา

เหมือนครูสมัยนี้ (แต่บางคนก็ดีนะ)

เอคนนึงที่โดดมาเรียนสายอาชีพ
เพราะสังเกตุมาจากเพื่อนและรุ่นพี่ที่เรียนสายสามัญ

เหมือนจะมีแค่

เรียน แล้วก็จำ

ไม่รู้ว่าจะใช้ประโยชน์ตรงไหนเลยsad smile
เหอะๆๆๆ


ก็เงี้ยแหละประเทศไทย


ผมเคยมีปัญหากับอาจารย์จนอยากต่อยมาแล้ว

ยืนเถียงเลย

#25 By dong=ดอง,โด่ง on 2008-05-03 23:40

อาจารย์ รร ผมสอนดีมากครับโดย

ไทย เค้าสอนได้สนุกมากครับ ผมได้ไทย81 แหน่ะ

สังคม เค้าสอนแบบให้ไปศึกษาเองchilde center
ของแท้เลย การทำ Mind map
โอ้วโคตรชอบแต่ผมทำไม่สวยโดนสั่งทำใหม่หลายรอบ(ไม่พอใจทำไมต้องสวย)

เคมี มึนๆคัรบเพราะผมไ่ม่ชอบ

ชีวะ ก็หนุกดีัครับจานสอนเข้าใจ เนื้อหานอกตำราเยอะ หนุกดีๆ แต่ไม่ค่อยได้เรียนจะโดนด่ามากกว่าเพราะแกเป็นอาจารย์ที่ปรึกษา

ฟิสิกจานก็เก่งอีกแล้วว ฟิสิกนั้นอยุ่ในหัวแก
ไม่เคยเอาหนังสือมาแกสอนแบบสดๆตลอด
A4 เปนสิบแผ่น สรุปให้ดูภายใน10นาที
คาบหนึงทำโจทย์3-4 ข้อ ทำกันสะใจไปเลย

หุหุ

โรงเรียนอยู่ใน กทม เขตบึงกุ่ม รรผมไม่ดังครับไม่ค่อยมีคนรู้จัก

#26 By dong=ดอง,โด่ง on 2008-05-03 23:48

ลืมคณิต

ม.4 จานสอนเข้าใจสบายดีสนุกสนาน
ม'5 ผมตาไม่ทันอาจานสอนเร็ว
ม.6 อาจานเอาใจใส่นักเรียนมากอยากให้จบไป ใช้ในมหาลัยได้ แกสอนแคลคูลัส ครับ ผมโง่ๆยังทำได้เลย(แต่ข้อสอบแกยากดี)

#27 By dong=ดอง,โด่ง on 2008-05-03 23:49

ขอตอบว่า คำถามจิตวิทยา แทบจะช่วยอะไรไม่ได้เลย เพราะผมเองทำเยอะมากจริงๆ โรงเรียนบังคับให้ทำด้วยเอ้า...แต่ยังเลือกผิดมาซะนี่

สิ่งที่จำเป็น คือประสบการณ์ในการทำงานต่างหากครับ

ส่วน Firefox

1.ตั้งค่า fix background ไม่ให้เคลื่อนที่

2.ขนาดรูปอย่ากว้างเกิน 500 ไม่งั้นหลุดขอบครับ