OrDiary ไดอารี่ของคนธรรมดา ณ ต่างแดน: untitled between 2006-2007
posted on 17 Mar 2009 21:11 by ordinaryman in OrDiaryดองไปนานจนหลายคนอาจจะลืมไปแล้ว กลับไปอ่านตอนก่อนหน้านี้ได้ทีนี่ครับ
http://ordinaryman.exteen.com/20080921/ordiary-oct-2006-outerlude
ช่วงนี้อะไรหลายๆอย่างถาโถมกระหน่ำเข้ามา ทำให้ผมลองมองย้อนกลับมาที่ตัวเอง
รวมทั้งย้อนกลับไปมองอดีตที่ผ่านมาหลายๆอย่าง ทำให้ผมตัดสินใจขุดมันขึ้นมาเขียนต่อ
หวังว่าคงไม่ว่ากันนะครับ แหะๆ
คำเตือน: เอนทรี่ชุดนี้ เป็นเฉพาะสิ่งที่ จขบ รู้ หรือ ประสบการณ์ของจขบเท่านั้น
เพราะฉะนั้น มันอาจไม่ตรงใจท่าน หรือ ตรงกับสิ่งที่คุณรู้
ภาพนักเรียนที่มาศึกษาต่อต่างประเทศในสมองของหลายๆคน
อาจเป็นภาพของเด็กคนหนึ่ง นั่งเรียนในห้องเรียนดีๆ มีเพื่อนมากหน้าหลายตาหลายชนชาติ
รอเวลาเลิกเรียนเพื่อจะไปเที่ยวต่อ หรือ บางคนอาจจะไปทำงานพิเศษหารายได้
รอวันสอบเสร็จ ปิดเทอม สะสมเงินซักก้อน เพื่อไปเที่ยวที่ไกลๆ
ผมเองก็คงไม่ต่าง ผมเคยคิดว่าการบ้านที่ยาก และ งานที่มากมายก็เพียงพอที่จะทำให้เราล้าได้แล้ว
แต่ผมไม่เคยคิดเหมือนกัน นอกจากการบ้านที่หนักหัวแล้ว เงินจะไม่พอ บ้านจะหาไม่ได้
ฤดูร้อนปลายปี 2006 และ ต้นปี 2007 ที่ผมได้ออกจากบ้านมาอยู่ที่เกาะทางใต้ที่ชื่อว่า ออสเตรเลีย
พยายามใช้เงินให้เขียมที่สุดแล้ว แต่หลังจากออกไปจ่ายตลาดแล้วยัดบัตรเอทีเอ็มเข้าเครื่องไป
ผมเหลือเงินแค่ 10$ เพื่ออยู่เกือบทั้งเดือน ยังดีที่ยังมีของกินติดบ้าน และ ตั๋วเดือนอยู่
แต่ถ้าผมหาที่อยู่ใหม่ไม่ได้ หางานและเงินไม่ได้ ผมจะไปซุกหัวนอนที่ไหน จะเอาเงินที่ไหนใช้
คิดจนงาน Essay 1000 คำหลายชิ้น และ งานที่ต้องทำ ก็ได้แต่ทำเท่าที่ทำได้แล้วส่งๆไป
ผลสอบกลางภาควิชานึงที่ได้คะแนนต่ำจนแทบไม่เชื่อว่าจะพลั้งพลาดได้ขนาดนี้ ทำเอาผมฝันร้ายไปหลายคืน
แม้ปัญหาจะทับถมมากมาย ทั้งๆที่รู้ว่าไม่ควร ก็ยังไม่วาย แอบมองคนบางคน เพื่อจะคิดมีความรักอีก
เหมือนมีชนักปักหลังที่หนักอึ้งอยู่บนหลังแล้วยังหามีดมาทิ่มกลางใจอีก
ภาพหลอนเรื่องเรียนไม่ผ่าน หาบ้านไม่ได้ ไม่มีเงิน แม้จะจินตนาการเป็นภาพไม่ออก
แต่ผมก็พอจินตนาการแล้วรับรู้ด้วยความรู้สึกว่ามันคงน่าเวทนาไม่น้อยเลย
หลายครั้ง ผมเดินไปทั่วเมือง เท่าที่รถรางจะไปถึง อากาศที่ร้อนรุ่มมนยามบ่าย และหนาวเย็นในยามค่ำคืน
หรือแม้ในวันที่ฝนตกพรำๆ ผมก็เดินหย่อนใบสมัครงานเช้ายันค่ำ และ ทุกๆเวลาว่างที่มี
เพื่อหางานอะไรก็ได้ ยืนรอเจ้าของร้านอาหารหลายแห่งสัมภาษณ์และไม่ติดต่อกลับ
บางที่ก็เรียกไปฝึกงาน ที่จำได้แม่นคือมีร้านขายปลาแห่งหนึ่งเรียกไป ผมทำทุกอย่างที่เขาจะสั่ง
ขนของ ขัดพื้น ขนขยะ โดยที่เขาไม่ได้สอนผมเลย จนกระทั่งเขาใช้งานผมสารพัด รวมทั้งดุด่าว่ากล่าว
แต่ผมก็ทำไปเรื่อยๆโดยไม่เถียง และสุดท้ายเขาก็เรียกผมไปบอกว่า ยังใช้ไม่ได้ และวันนี้แค่ฝึกงาน
ยังไม่มีค่าแรงนะ ผมไม่เถียง แต่แค่ขอค่ารถกลับบ้าน ก่อนจะไปเรียนต่อตอนบ่ายอย่างอ่อนล้า
หอพักที่ผมอาศัยอยู่ในช่วงนี้ ราคาค่อนข้างแพง ผมจึงตัดสินใจไม่ต่อสัญญาแล้วย้ายออกไป
โดยที่ไม่ได้เผื่อทางเลือกอะไรใดๆไว้ คิดแค่ว่าจะย้ายออกจนลืมเรื่องสำคัญหลายเรื่องไป
ในการหาที่อยู่ที่ออสเตรเลียที่ไม่คิดราคาแพงมาก จะต้องยื่นเอกสารไปให้สำนักงานที่ปล่อยเช่า
หรือหาบ้านพักที่ต้องการคนแชร์ด้วย ซึ่งผู้ปล่อยเช่าจะเป็นผู้เลือกคนเข้าไปอยู่ด้วย
ผมวิ่งออกหาที่อยู่ใหม่ เพื่อให้ค่าใช้จ่ายถูกลงหลายแห่ง แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ประสบความสำเร็จเลย
วิ่งไปดูที่ ติดต่อสำนักงาน หลายแห่ง แต่ไม่มีเจ้าของบ้านหลังไหนดูจะยอมให้ผมเช่าเลย
อาจเป็นเพราะเอกสารการเงินของผมดูไม่สวยนัก เขาย่อมเลือกคนที่ปลอดภัยกว่า
วันเกิดที่ผ่านมา ผมออกไปในเมือง ซื้อเค้กถูกๆชิ้นนึงให้ตัวเอง ปลอบใจตัวเอง ถอนหายใจเฮือกหนึ่ง
แล้วมองขึ้นไปบนฟ้า ถามตัวเองว่า เราเกิดมาทำไม ก่อนจะเกิดคำถามต่อมาขึ้นในใจว่า
"วันเกิดคือวันอะไร" ผมจำได้ว่าเคยโทรไปอวยพรวันเกิดให้เพื่อนคนนึง แต่มันไม่ว่าง แถมยังลืมวันเกิดตัวเองอีก
โดยให้เหตุผลว่า มันเป็นวันที่เกิดมาเจอความเลวร้ายของชีวิต จะจำไปทำไม
บางครั้ง ปัญหาที่ทับถมก็ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า "ชีวิตคนเราก็เป็นเพียงแค่วงล้อแห่งความปราถนาที่ไม่สมหวัง
แผนการที่พังทลาย และความผิดพลาดที่มารู้สึกเมื่อสาย" และถามตัวเองว่าเราเกิดมาทำไม
วันก่อน ผมเพื่อนผมอีกครั้งว่า ถ้าคิดว่าวันเกิดเป็นวันที่เกิดมาเจอความเลวร้าย แล้วคนเราเกิดมาทำไม
ผมได้คำตอบมาว่า "ไม่รู้ว่ะ แต่ก็เกิดมาแล้วนี่ มันก็ต้องอยู่ต่อไปแหละวะ ชีวิตยังไม่สิ้น ก็ต้องหายใจทิ้งกันต่อไป"
หลายครั้งที่ผมเดินแล้วรู้สึกเหนื่อย จนอยากจะล้มลง แล้วทิ้งร่างกายให้นอนอยู่บนพื้นตรงนั้น
แต่เหมือนมีอะไรในใจ รั้งตัวผมไว้ แล้วบังคับให้ขาก้าวเดินต่อไป แม้ลมหายใจจะติดขัดก็ตาม
สิ่งนั้น อาจจะเป็นคำพูดที่เพื่อนผมบอกผมไว้ก็ได้
ชีวิตยังไม่สิ้นก็ต้องหายใจทิ้งกันต่อไป.................to be continued.......................
#1 By wesong on 2009-03-17 21:18