การฝึกภาษาอังกฤษแบบไข่ๆ

ทุกๆครั้งที่ผมใช้ภาษาอังกฤษอันอ่อนแอ กระท่อนกระแท่นนั้น
คำถามยอดฮิตที่ผมมักได้ยินก็จะมี
"เคยไปเรียนที่ต่างประเทศมารึเปล่า?"
"เรียนอินเตอร์มาใช่มั้ย?"
"อยากฝึกภาษาทำยังไงดี?"
"อยากพูดภาษาอังกฤษได้ ทำไงดี?"
"อยากพูดแบบสำเนียงอังกฤษ ทำไงดี?"


ครับ ผมเคยไปเรียนต่างประเทศมา ถึงจะไม่ได้ไปเรียนภาษา
เพราะผมพอได้ก่อนไปแล้ว แต่ก็ยอมรับว่ามันก็ช่วยให้พัฒนาขึ้นมาค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว
แต่พอเจอคำถามแบบไอ้สามอันหลังนี่ มักเกิดอาการอยากถอนหายใจให้ขี้มูกไหลมาก
เพราะตอบหลายครั้งจนไม่รู้จะตอบยังไง ก็ยังได้ยินแล้ว ได้ยินเล่า
เลยขอระบายในพื้นที่ส่วนตัวหน่อยละกันครับ

ถ้าถามผมว่าภาษานั้นฝึกยังไง ผมก็คงบอกได้แค่ภาษาอังกฤษ เพราะภาษาอื่น ผมไม่รู้
ภาษาก็เหมือนพวกอาหารเมนูไข่แหละครับ ถึงจะบอกว่ามันเป็นไข่เหมือนกัน
แต่มันก็แยะเป็น ไข่เจียว ไข่ดาว ไข่ลวก ไข่ต้ม ไข่คน(ห้ามคิดลึก) และไข่อื่นๆอีกมากมาย
เพราะฉะนั้น อย่ากระโดดสเตปจากการทำเมนูนึงไปทำอีกอันเด็ดขาด
สมมติว่า ภาษาไทยคือไข่เจียว ส่วนภาษาอังกฤษคือไข่คน

หลายคนเวลาฝึกภาษาอังกฤษ มักจะแปลตรงตัว ประหนึ่งเหมือนสมองบรรจุ
google translater ฝังเอาไว้ในหัว ประมาณว่า ถ้าจะพูดคำว่า

"ผม ปวด ขี้"
ก็คงแปลว่า hair ache shit ไปได้

ไม่เชื่อเอา hair ache shit ไปลองใส่ดูได้

การแปลตรงตัว ก็เหมือนอยากทำไข่คน แต่ดันไปทอดแบบไข่เจียว
ออกมาก็กลายเป็นไข่ซี้ซั้วมั่วซั่วได้สิครับ รับประทานแล้วอาจเกิดอาการเมาปุ๊นได้

เพราะฉะนั้น สิ่งแรกที่เราควรจะทำความรู้จักสำหรับภาษาอังกฤษ ก็คือ ไวยากรณ์ หรือ แกรมม่า นั่นเอง
ไวยากรณ์ หรือ แกรมม่านั้น ก็เปรียบเหมือนการเตรียมอุปกรณ์ไว้ใช้ทำไข่ทั้งหลาย
คำศัพท์ก็เป็นเหมือนกับวัตถุดิบทั้งหลาย ที่เราเอาไว้ปรุงอาหารด้วยไวยากรณ์นั่นเอง
ส่วนเราจะปรุงไข่ได้เทพแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับการใช้วัตถุดิบกับอุปกรณ์แหละครับ
เพราะต่อให้วัตถุดิบแหล่มเป็ดแค่ไหน อุปกรณ์มีมากเท่าไหร่ ถ้าใช้ไม่เป็น ไม่คล่อง
ไข่เทพอาจกลายเป็นไข่วิบัติไปได้ ไม่ก็อาจจะไม่ได้ทำเลย เพราะมัวแต่สับสน

ส่วนไอ้ที่หลายคนบอกว่า แกรมม่า ไม่ได้สำคัญขนาดนั้นหรอก พูดๆ ใช้ๆไปเหอะ
มันก็จริงครับ ถ้าจะเอาแค่สื่อสารรู้เรื่อง คุณก็จะได้ไข่แบบพอแหลกล่ายนั่นแหละครับ
แต่มันก็ดีกว่าพยายามทำไข่เทพ แบบรอนาน จนกระทั่งม่ายล่ายแหลก แหละครับ

และไอ้พวกสำเนียง หรือ การใช้ภาษาที่มันซับซ้อนอย่างสุภาษิต หรืออะไรพวกนั้น
ก็เหมือนเป็นเหมือนเทคนิคต่างๆในการใช้วัตถุดิบและอุปกรณ์ ซึ่งใครจะใช้ได้มากน้อยแค่ไหน
ก็แล้วแต่การฝึกฝน และ ความถนัด  ซึ่งของพวกนี้ ฝึกได้ก็ดี แต่ควรให้พื้นฐานแน่นซะก่อน
และเทคนิคบางอย่างอาจไม่จำเป็นเสมอไป เช่น สำเนียง เพราะตราบใดที่คนฟังเข้าใจ
ผมว่ามันก็เพียงพอแล้ว เพราะการเรียนเพื่อสื่อสาร สำคัญกว่า สำเนียงดี แต่ฟังไม่รู้เรื่อง

ไอ้การ "ทำยังไงให้เก่งอังกฤษ" มันก็เหมือนการทำไข่แหละครับ
คุณได้ลองฝึกทำหรือใช้รึยัง  ถ้าไม่เคย ก็ไปรื้อไข่ออกมาจากตู้เย็น แล้วออกไปหาซื้ออุปกรณ์มาลองซะ
แต่อย่าลืมว่า คุณต้องฝึกให้ "ถูกวิธี" ด้วย ไม่งั้น มันก็จะออกมาเป็นไข่ซี้ซั้วมั่วซั่วไปตลอด
แล้วค่อยๆดูว่าเราผิดพลาดยังไง ค่อยๆฝึก ค่อยๆแก้ไป เดี๋ยวก็ได้ไข่คนอย่างที่ต้องการมาเอง
หากต้องการโปรหน่อย ก็ไปหาวัตถุดิบหรือเทคนิคกระแดะๆ มาใส่พอเป็นพิธีบ้าง อย่ามากไป
เดี๋ยวคนรับประทานจะเลี่ยน หรือ รอนานซะก่อน

การฝึกภาษาอังกฤษ ก็เหมือนกับการฝึกฝนทั่วๆไป ก็คือ ควรมีพื้นฐานแน่นเสียก่อน
ไวยากรณ์ และ คำศัพท์ ควรจะเรียนรู้พอที่จะนำไปใช้ได้ อาจจะไม่ต้องเป๊ะ 100%
แต่แค่พอสื่อสารรู้เรื่อง รับฟังพอได้ ก็พอแล้ว ก่อนจะเริ่มเทคนิคอื่นๆ เช่น การใช้สำนวน
อาจเริ่มจากการฝึกพูด ฝึกจดไดอารี่ ฝึกฟังแบบดูหนังที่ใช้ภาษาง่ายก่อน เปิดซับช่วยบ้าง
ก่อนจะฝึกฝนเพิ่มเติมจากการดูหนัง ฟังเพลง หรือ สื่อต่างๆ

เท่านี้ ภาษาอังกฤษ ก็คงไม่ยาก ไปกว่าการทำอาหารเมนูไข่หรอกครับ
หากแค่คุณลอง "ลงมือทำ อย่างถูกวิธี"

ปล. อย่าถามว่าทำไมต้องเป็นไข่ เพราะ จขบ คิดอย่างอื่นไม่ออกตอนเขียน
ปล ๒. หากมีข้อบกพร่องใดๆ ก็ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้
ปล ๓. หากต้องการให้ จขบ สอนภาษาให้ ติดต่อมาได้ แต่ไม่รับประกันผล

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ผมไปฝึกเวลาไปทำงานทีี่ ฟิลิปปินส์ครับ งูๆปลาๆ แต่ก็รู้เนรื่อง ไม่เสียเวลามาก ไม่ค่อยรอพร้อม แต่ศัพท์พื้นฐานต้องรู้น่ะนะ :P

อย่างน้อย Tense พื้นฐานมันต้องแน่น
ต้องพยายามใช้ทุกวัน พอห่างๆ ก็จะค่อยๆเลือน เป็นคำแนะนำที่ดีค่ะHot!

#2 By Pat on 2009-08-10 06:58

ยังมั่ว ๆ มึน ๆsad smile

#3 By wesong on 2009-08-10 09:24

5 55 ชอบบทความ แอบฮาHot!

#4 By Olive on 2009-08-10 10:11

"ผม ปวด ขี้" ก็คงแปลว่า hair ache shit

ฮ่า ฮ่า

วันหลังจะลองไปใช้ดูนะคับ


confused smile

#5 By ยัง D on 2009-08-10 21:40

ห่างหายภาษาอังกฤษไปนานมาก...sad smile
ผมนี่ตอนเรียนไม่เก่งอังกิดเอามาก ๆ ก่อนมาทำงานที่ป่าตองนี่เครียดมาก กลัวจะคุยกับเค้าไม่รู้เรื่อง กลัวเค้าจะด่าหรือเดินหนี แต่พอมาอยู่จริง ๆ ถึงได้รู้ว่าถ้าคุยกันรู้เรื่องเค้าก็ไม่ได้ว่าอะไร เลยเข้าใจชัดเลยที่เค้าบอกว่า
"พูดอังกฤษผิดฝรั่งไม่ว่า แต่คนไทยข้าง ๆ มันจะถากถางเอา" แต่ถือคติ พูดภาษาเอ็งแล้ว เอ็งยังฟังไม่ออก เอ็งสิผิด
ทุกวันนี้ก็ยังกินไข่แบบพอแหลกล่ายอยู่
sad smile sad smile

#7 By icicle on 2009-08-11 20:32

คนเราต้องฝึกฝน
และลงมือทำเน๊อะ...

ฝึกอยู่เหมือนกันค่ะ
แต่ก็สะเนค ๆ ฟิช ๆ open-mounthed smile open-mounthed smile
ติดต่อค่ะ ต้องการความช่วยเหลือมากๆ

#9 By อู๋ (125.24.54.236) on 2009-08-20 23:18

ทำถูกวิธี ได้ ของตรงใจ ไงbig smile
กะลังจะติด f อิ้ง
พอดีเชียว

แฮ่ๆๆ

#13 By cii³ on 2009-09-15 21:29

่เะ้้่ืีา่านดเออเเิืื่






open-mounthed smile open-mounthed smile

#14 By (124.122.128.158) on 2009-11-11 16:59