แดดในยามฝนถึงยามหนาว
posted on 15 Sep 2009 22:22 by ordinaryman
จากฤดูฝน ถึง ฤดูหนาว อากาศภายนอกกลับร้อนระอุ ปะปนไปกับน้ำฝนที่หยาดลงมาจากท้องฟ้า
สภาพอากาศและฤดูกาลอาจมีความเหมือนที่การแปรเปลี่ยน แต่กลับมีความต่างที่ความแปรปรวน
สภาพอากาศที่แปรปรวนไปจากฤดูกาล ทำให้หลายครั้งเราคาดเดาเพื่อรับมือกับมันไม่ถูก
บางครั้ง แม้ในยามแดดออก กลับมีฟ้าร้อง และเม็ดฝนก็ยังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า
วิกฤตและโอกาส บางครั้งก็ผ่านเข้ามา โดยไม่บอกกล่าว เช่นเดียวกับสภาพอากาศที่แปรปรวน
แม้จะเตรียมตัวดีพร้อมสักแค่ไหน แต่ก็ใช่ว่าจะรับมือกับมันได้ตลอดเวลา
บางครั้ง วิกฤต และ โอกาส มาพร้อมกันเสียจนยากที่เราจะแยกออกว่าอะไรคืออะไร
ราวกับยามที่ฟ้าร้องดังสนั่น แต่แสงแดดกลับสาดส่องออกมาจากท้องฟ้า พร้อมกับฝนที่โปรยปรายลงมา
ในเวลาที่สภาพจิตใจกำลังแปรปรวน เหมือนสภาพอากาศ อาจเป็นสภาวะที่กลืนไม่เข้า คายไม่ออก
สภาวะที่ไม่รู้จะก้าวเดินต่อไป ถอยหลังเพื่อตั้งหลัก ถอนตัว หรือแม้แต่อยู่เฉยๆ
เพราะเวลาแยกวิกฤตและโอกาสไม่ออก
แม้จะพยายามชั่งน้ำหนักเหตุผลและสิ่งที่ควรทำอย่างไร
ความรู้สึกและจิตใจคงยากจะชั่งได้
ไม่ว่าเราจะต้องการไออุ่นจากแสงแดดอันแสนอบอุ่น
แล้วรับเสียงฟ้าร้อง ความชื้นที่น่าอึดอัดของหยาดฝนจนตัวหนาวเปียกปอนไม่ได้
ไม่ว่าเราจะต้องการความเย็นสดชื่นจากสายฝน
แล้วทนความร้อนระอุแสงแดดที่แผดเผาจนเหงื่อท่วมและแสงสว่างจ้าอับแสบตาไม่ได้
แต่เราก็ไม่สามารถจะเลี่ยงหรือเลือกได้ เมื่อทั้งสองสิ่งผ่านเข้ามาในพร้อมกัน
เฉกเช่นเดียวกับแดดยามฝน
ในโอกาสที่ผ่านมาในบางครั้ง ก็เต็มไปด้วยสิ่งรบกวนใจที่เรายากจะรับมันได้
ในวิกฤตที่เข้ามาเป็นครั้งคราว ก็เต็มไปด้วยสิ่งเย้ายวนใจที่เรายากจะปฏิเสธมันได้
เช่นเดียวกับเรื่องบางเรื่องนั้น แม้จะเป็นเรื่องที่มีเหตุผลที่เรายอมรับ แต่ความรู้สึกเรากลับปฏิเสธมันทิ้ง
จนเกิดการทับซ้อนระหว่างเหตุผลและความรู้สึก หรืออาจเป็นเพราะ ความรู้สึก ก็คือเหตุผลอย่างหนึ่งเช่นกัน
แทบไม่น่าเชื่อว่าคนที่ใช้เหตุผลจนเกือบจะเรียกได้ว่าตลอดเวลา
และคิดว่าเรื่องทุกเรื่องนั้น สามารถหาเหตุผลมาช่วยในการตัดสินใจได้
กลับต้องมาจนมุมและจนปัญญาจะรับมือและแก้ปัญหาด้วยสิ่งที่เรียกว่าเหตุผลเสียเอง
เพราะต้องเผชิญกับสิ่งที่ไม่เคยพบ และไม่เคยคาดคิดว่าจะมีวันที่ต้องมาเจอมันมาก่อนเลยเสียด้วยซ้ำ
ราวกับเป็นเหมือนสภาพอากาศที่แปรปรวน และความเปลี่ยนแปลงที่ไม่เคยพบเจอและไม่เคยคาดคิดว่าจะมี
ไม่แม้แต่จะรู้ได้ว่า ความแปรปรวนนี้คือ วิกฤต หรือ โอกาส จนไม่รู้ว่าต้องไขว่คว้า หรือ รับมือกับมันเช่นใด
ความแปรปรวนของความรู้สึกและจิตใจของคนเรานั้น อาจยากจะคาดเดา ไม่น้อยไปกว่าสภาพอากาศที่แปรปรวนนัก
จนแม้แต่ตนเองก็ไม่อาจรู้ กระทั่ง ถึงจะรู้ว่ามันเจ็บ ว่ามันช้ำ อึดอัด รับไม่ได้ จนแทบรับไม่ไหว
แต่กระนั้นก็ยังไม่เข้าใจในการกระทำที่เหมือนแส่หาเรื่องใส่ตัว ราวกับว่าดวงตานั้นได้ถูกบดบังด้วยความรู้สึกเสียแล้ว
แม้ว่าไม่อาจคาดเดาสิ่งที่จะเกิดขึ้นไม่ได้ แต่ก็พอที่จะรู้ได้ว่าไม่ว่าจะเลือกทางใดก็ต้องเจ็บไม่แพ้กัน
และนี่อาจเป็นสาเหตุที่ผมได้แต่ลังเล อึดอัด และแทบจะทำให้ผมก้าวไม่ออก ถอยไม่ได้ แต่ก็ไม่อาจอยู่นิ่งเฉยได้
สิ่งที่เกิดขึ้นนั้น นอกจากจะแปรปรวนจนผมคาดเดาไม่ถูกแล้ว
แม้จะถามความต้องการที่แท้จริงของตัวเองสักกี่ครั้ง และชั่งน้ำหนักเหตุผลและความรู้สึกสักกี่หน
ความรู้สึกของตัวผมเอง ผมก็ยังไม่อาจจะรู้ตัวเองได้ หรืออาจเป็นปัญหาของความรู้สึกนั้น
มันยากจะหาเหตุผลมารองรับให้สัมพันธ์กับความแปรปรวนมันได้
ผมไม่รู้ว่าเรื่องราวในครั้งนี้จะจบลงที่ผมโดดแสงแดดให้ไออุ่นหรือแผดเผาจนมอดไหม้
โดนสายฝนให้ความชุ่มชื้นหรือสาดความหนาวเหน็บใส่อย่างเย็นชา
แต่ยังไงผมก็ได้เลือกที่จะก้าวมาเส้นทางนี้แล้ว ก็คงมีแต่ต้องตัดสินใจ เตรียมใจรับกับความเจ็บปวดที่จะเกิดขึ้น
และรอให้ เวลา ช่วยพิสูจน์และบอกคำตอบนั้นให้กับใจผม ว่าผมต้องลงเอยด้วยเจ็บปวดและยอมรับมันเช่นไร
จนกว่าจะถึงวันที่แสงแดดให้ไออุ่น หยาดฝนให้ความชุ่มชื้น จนความเจ็บที่เกิดขึ้นนั้นหาย
และวันนั้นที่ รุ้งสีสดใสเบิกและตัดผ่านฟากฟ้าเป็นประกายงดงาม ก็คงจะมาถึง...สักวันหนึ่ง
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
(เมื่อไหร่ล่ะนั่น เห็นมันจบเอนทรี่อย่างกระแดะมานานละ ไม่เห็นมันอาการดีขึ้นเล้ย)
ปล. เอนทรี่นี้ เขียนขึ้นด้วยอาการสับสน อ่านไม่รู้เรื่อง หรือ แปร่งๆ อย่าว่ากันนะครับ แต่จะขอรับคำติชมไว้นะครับ
ปล ๒. ที่หายหัวไปนาน นอกจากคิดเรื่องอัพไม่ค่อยออกแล้ว ก็มีไอ้ปัญหาที่กำลังเจอนี่แหละครับ สมองกำลังเบลอ เอนทรี่เลยแปลกๆด้วย
ช่วงนี้ผมก็เบลอๆ งานเยอะมาก
แล้วอะไรๆ ก็จะผ่านไป หลังฝนพรำ รุ้งสวยงามเสมอ
เอาใจช่วยค่ะ
#1 By นางสาวความสุข on 2009-09-15 23:23