มุมมองเกี่ยวกับคำว่า เส้นตาย (ที่คิดออก)ในวันวาเลนไทน์
posted on 14 Feb 2008 17:18 by ordinaryman in HotPosted
ผมเป็นคนธรรมดา ที่อยากมีบล็อกเป็นของตัวเองคนหนึ่ง ไม่ว่าจะมีคนอ่านมั้ยก็ช่าง
ใจจริงๆก็อยากให้มีเยอะๆแหละ อยากได้กำลังใจและคำติชมนี่ แต่จะให้ทุกอย่างมันเป็นดังใจหวังมันไม่ง่าย
ก่อนเข้าก็ขอ Happy Valentine's Day กับทุกๆคนที่เข้ามาอ่านกันก่อนเลยนะครับ
ในวันนี้ก็ขอให้คนที่มีรักมีความสุขสมหวังกันทุกคนนะครับ
คนที่มีแฟนก็ดูแลกันให้ดี ส่วนคนที่อกหัก หรือ ไม่มี ก็ขอให้เจอคนๆนั้นเร็วๆ และสมหวังนะครับ
แล้วก็อย่าลืม คนที่คุณรักที่บ้านด้วยนะครับ
ผมขอเดาว่าคนที่เคยเข้ามาอ่าน อาจจะคิดว่าผมจะพูดอะไรเกี่ยวกับความรัก
แต่คงสับสนว่าเส้นตายมันเกี่ยวอะไรด้วย?
จริงอยู่ว่ารัก ไม่จำเป็นต้องมีเฉพาะแฟน แต่เกิดได้กับหลายๆคน
ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว ญาติทั้งหลาย เพื่อน คนรู้จัก ผู้มีพระคุณ และอีกหลายๆคน
แต่วันนี้ผมขอเสนออีกมุมนึงของคนธรรมดาคนนี้นะครับ
เส้นตาย....นิยามของมันคืออะไร ผมไม่รู้หรอก เพราะฉะนั้นผมขอเดาเอาเองละกัน
ผมคิดว่า เส้นตาย มันมาจากคำว่า Deadline ซึ่งก็แปลตรงตัว
ว่าแต่เส้นทำไมมันต้องตายด้วยล่ะ
อาจเป็นเพราะมันเป็นเส้นที่ขีดไว้โดยไม่สามารถเลื่อนหรือเปลี่ยนแปลงได้
แต่ครั้นจะเรียนว่า NoMoveLine หรือ Unabletomoveline
แปลตรงตัวก็คือ เส้นไม่ขยับ หรือ เส้นขยับไม่ได้ มันก็แหม่งๆยังไงๆอยู่
เส้นตายอาจเรียกอีกอย่างได้ว่าเป็นการกำหนดเวลาของเราเอง
ซึ่งช่วยให้เรารู้ว่าเราควรทำอะไร เมื่อไหร่ และ ทำให้เราจัดการกับเวลาได้ง่ายขึ้น(หรือเปล่า?)
ต่อให้ไม่ง่ายขึ้นก็ช่วยให้เห็นมันล่ะ เพราะถ้าไม่มีไอ้เจ้าเส้นๆนี้
ผมว่าพวกเราก็คงจะจัดการกับเวลาที่มีไม่ค่อยได้
การบ้านหรืองาน ถ้าไม่มีเส้นตาย ก็ของถูกดองแช่เหล้าผ่านไป 10 ทศวรรษ หรือจนกว่าเราจะอยากทำมัน
เส้ยตายจะบังคับตัวเราให้ทำในสิ่งทื่เรากำหนดเอง
โดยเฉพาะวันใกล้เส้นตาย พลังในตัวเราจะโหมกระหน่ำ ยังกะไฟไหม้บ้าน
อารมณ์แบบว่า ดีไม่ดี เสร็จไม่เสร็จก็ช่าง ก็ทำๆมันไปให้ดีที่สุดแหละ
จริงอยู่ที่เส้นตายนั้นบีบรัดตัวเราในหลายๆครั้ง จนเราไม่เหลือเวลาจะทำอย่างอื่นเลย
แต่หากเรารู้จักวิธีจัดการกับมัน หรือ บริหารเวลาให้ดีๆ มันก็คงไม่เกินกำลังเราหรอกครับ
ถ้าไม่มีเส้นตาย การกระทำก็จะน้อยลง การผลัดวันประกันพรุ่งก็คงเลื่อนไปเรื่อยๆ
หลายครั้งที่เส้นตายบีบผมให้ลำบาก สถานการณ์บีบคั้นจนผมเละเป็นข้าวต้มก็มี
แต่ก็มีอีกหลายครั้งที่เส้นตายช่วยให้ผมทำงานหลายๆอย่างดีขึ้น
โดยเฉพาะเรื่องการเรียน เส้นตายของการบ้าน ทำให้ผมรีบขวนขวาย
และสุดท้ายในการสอบ คนที่ได้ประโยชน์จริงๆก็คือผมครับ
เส้นตายอีกเส้นที่ผมเพิ่งกำหนดมาหมาดๆก็วันวาเลนไทน์ ก็คือ การขอคนๆนึงคบครับ
ขอสารภาพเลยครับว่า ผมเป็นนายกระจอกคนนึงที่ไม่กล้าและโสดมาตั้ง 20 ปีกว่าๆ
ตั้งแต่เกิดมาจากท้องแม่เลยครับ โสดสนิท ศิษย์ส่ายหน้า อย่างแรง
เมื่อวานเหมือนมีอะไรมาฟาดหัวและถามตัวเองว่า จะรอไปถึงเมื่อไหร่ ผมเลยกำหนดเส้นตายให้ตัวเองทันที
จริงๆผมอยากจะขอเขาในวันนี้ แต่เขาไม่ว่าง ผมเลยโทรไปคุยเมื่อคืนแทน
จ้องโทรศัพท์อย่างกับมันเป็นระเบิดเวลายังไงยังงั้น
พอโทรติด ปากสั่น ขาแข็ง แรงไม่มี มีแค่ปอดที่โดนแหกไปแล้ว แต่ก็พูดไป
ถึงคำตอบที่ได้จากเขาจะยังไม่ชัดเจน เพราะเขาบอกว่าคิดดูก่อน
แต่เสียใจที่เขาปฏิเสธ ยังดีกว่าไม่ได้ทำอะไร จริงมั้ยครับ:)
ฝากเพลงนี้เป็นกำลังใจให้ทุกคนครับ
ปล. ถ้าคุณคาดหวังหรือคิดว่า entry นี้ เป็น หนึ่งใน entry ที่มีสาระของผมล่ะก็ เสียใจด้วยนะครับ ;P
ปล ๒. เป็นอันแรกที่ต้องขอยอมรับว่าเป็น entry บ้าบอ ของคนธรรมดาคนนึงที่เกิดอาการติงต๊อง
แถมยังเกิดอาการปากดีขึ้นมากระทันหันครับ ฮ่าๆๆ
ปล ๓. ถ้าสมหวังหรือแห้ว จะบอกให้ทราบกันอีกทีนะครับ
ปล ๔. ขอยืนยัน นั่งยัน และนอนยันว่า ผมเป็นคนธรรมดาคนเดียวกับคนที่เขียน ๓ entry ที่แล้วครับ
ปล ๕. และจะมี entry บ้าๆบอๆแบบนี้ขึ้นมาเป็นระยะๆแน่นอนครับ
ปล ๖. หวังว่าคุณผู้อ่านคงไม่ด่าในใจว่า มันจะ ปล ไปถึงไหน นะครับ :)
ปล ๗. ผมบอกคุณไปแล้วนะครับ ว่าจะมี entry บ้าๆบอๆผุดขึ้นมาแน่นอน ไม่เชื่อกลับไปอ่าน ๒ entry แรกของผมดูสิครับ
ปล สุดท้าย. ขอบคุณที่อ่านจนจบนะครับ ใครที่อ่านจนจบ ขอให้มีความสุขวันวาเลนไทน์และวันต่อๆไปครับ
ใจจริงๆก็อยากให้มีเยอะๆแหละ อยากได้กำลังใจและคำติชมนี่ แต่จะให้ทุกอย่างมันเป็นดังใจหวังมันไม่ง่าย
ก่อนเข้าก็ขอ Happy Valentine's Day กับทุกๆคนที่เข้ามาอ่านกันก่อนเลยนะครับ
ในวันนี้ก็ขอให้คนที่มีรักมีความสุขสมหวังกันทุกคนนะครับ
คนที่มีแฟนก็ดูแลกันให้ดี ส่วนคนที่อกหัก หรือ ไม่มี ก็ขอให้เจอคนๆนั้นเร็วๆ และสมหวังนะครับ
แล้วก็อย่าลืม คนที่คุณรักที่บ้านด้วยนะครับ
ผมขอเดาว่าคนที่เคยเข้ามาอ่าน อาจจะคิดว่าผมจะพูดอะไรเกี่ยวกับความรัก
แต่คงสับสนว่าเส้นตายมันเกี่ยวอะไรด้วย?
จริงอยู่ว่ารัก ไม่จำเป็นต้องมีเฉพาะแฟน แต่เกิดได้กับหลายๆคน
ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว ญาติทั้งหลาย เพื่อน คนรู้จัก ผู้มีพระคุณ และอีกหลายๆคน
แต่วันนี้ผมขอเสนออีกมุมนึงของคนธรรมดาคนนี้นะครับ
เส้นตาย....นิยามของมันคืออะไร ผมไม่รู้หรอก เพราะฉะนั้นผมขอเดาเอาเองละกัน
ผมคิดว่า เส้นตาย มันมาจากคำว่า Deadline ซึ่งก็แปลตรงตัว
ว่าแต่เส้นทำไมมันต้องตายด้วยล่ะ
อาจเป็นเพราะมันเป็นเส้นที่ขีดไว้โดยไม่สามารถเลื่อนหรือเปลี่ยนแปลงได้
แต่ครั้นจะเรียนว่า NoMoveLine หรือ Unabletomoveline
แปลตรงตัวก็คือ เส้นไม่ขยับ หรือ เส้นขยับไม่ได้ มันก็แหม่งๆยังไงๆอยู่
เส้นตายอาจเรียกอีกอย่างได้ว่าเป็นการกำหนดเวลาของเราเอง
ซึ่งช่วยให้เรารู้ว่าเราควรทำอะไร เมื่อไหร่ และ ทำให้เราจัดการกับเวลาได้ง่ายขึ้น(หรือเปล่า?)
ต่อให้ไม่ง่ายขึ้นก็ช่วยให้เห็นมันล่ะ เพราะถ้าไม่มีไอ้เจ้าเส้นๆนี้
ผมว่าพวกเราก็คงจะจัดการกับเวลาที่มีไม่ค่อยได้
การบ้านหรืองาน ถ้าไม่มีเส้นตาย ก็ของถูกดองแช่เหล้าผ่านไป 10 ทศวรรษ หรือจนกว่าเราจะอยากทำมัน
เส้ยตายจะบังคับตัวเราให้ทำในสิ่งทื่เรากำหนดเอง
โดยเฉพาะวันใกล้เส้นตาย พลังในตัวเราจะโหมกระหน่ำ ยังกะไฟไหม้บ้าน
อารมณ์แบบว่า ดีไม่ดี เสร็จไม่เสร็จก็ช่าง ก็ทำๆมันไปให้ดีที่สุดแหละ
จริงอยู่ที่เส้นตายนั้นบีบรัดตัวเราในหลายๆครั้ง จนเราไม่เหลือเวลาจะทำอย่างอื่นเลย
แต่หากเรารู้จักวิธีจัดการกับมัน หรือ บริหารเวลาให้ดีๆ มันก็คงไม่เกินกำลังเราหรอกครับ
ถ้าไม่มีเส้นตาย การกระทำก็จะน้อยลง การผลัดวันประกันพรุ่งก็คงเลื่อนไปเรื่อยๆ
หลายครั้งที่เส้นตายบีบผมให้ลำบาก สถานการณ์บีบคั้นจนผมเละเป็นข้าวต้มก็มี
แต่ก็มีอีกหลายครั้งที่เส้นตายช่วยให้ผมทำงานหลายๆอย่างดีขึ้น
โดยเฉพาะเรื่องการเรียน เส้นตายของการบ้าน ทำให้ผมรีบขวนขวาย
และสุดท้ายในการสอบ คนที่ได้ประโยชน์จริงๆก็คือผมครับ
เส้นตายอีกเส้นที่ผมเพิ่งกำหนดมาหมาดๆก็วันวาเลนไทน์ ก็คือ การขอคนๆนึงคบครับ
ขอสารภาพเลยครับว่า ผมเป็นนายกระจอกคนนึงที่ไม่กล้าและโสดมาตั้ง 20 ปีกว่าๆ
ตั้งแต่เกิดมาจากท้องแม่เลยครับ โสดสนิท ศิษย์ส่ายหน้า อย่างแรง
เมื่อวานเหมือนมีอะไรมาฟาดหัวและถามตัวเองว่า จะรอไปถึงเมื่อไหร่ ผมเลยกำหนดเส้นตายให้ตัวเองทันที
จริงๆผมอยากจะขอเขาในวันนี้ แต่เขาไม่ว่าง ผมเลยโทรไปคุยเมื่อคืนแทน
จ้องโทรศัพท์อย่างกับมันเป็นระเบิดเวลายังไงยังงั้น
พอโทรติด ปากสั่น ขาแข็ง แรงไม่มี มีแค่ปอดที่โดนแหกไปแล้ว แต่ก็พูดไป
ถึงคำตอบที่ได้จากเขาจะยังไม่ชัดเจน เพราะเขาบอกว่าคิดดูก่อน
แต่เสียใจที่เขาปฏิเสธ ยังดีกว่าไม่ได้ทำอะไร จริงมั้ยครับ:)
ฝากเพลงนี้เป็นกำลังใจให้ทุกคนครับ
ปล. ถ้าคุณคาดหวังหรือคิดว่า entry นี้ เป็น หนึ่งใน entry ที่มีสาระของผมล่ะก็ เสียใจด้วยนะครับ ;P
ปล ๒. เป็นอันแรกที่ต้องขอยอมรับว่าเป็น entry บ้าบอ ของคนธรรมดาคนนึงที่เกิดอาการติงต๊อง
แถมยังเกิดอาการปากดีขึ้นมากระทันหันครับ ฮ่าๆๆ
ปล ๓. ถ้าสมหวังหรือแห้ว จะบอกให้ทราบกันอีกทีนะครับ
ปล ๔. ขอยืนยัน นั่งยัน และนอนยันว่า ผมเป็นคนธรรมดาคนเดียวกับคนที่เขียน ๓ entry ที่แล้วครับ
ปล ๕. และจะมี entry บ้าๆบอๆแบบนี้ขึ้นมาเป็นระยะๆแน่นอนครับ
ปล ๖. หวังว่าคุณผู้อ่านคงไม่ด่าในใจว่า มันจะ ปล ไปถึงไหน นะครับ :)
ปล ๗. ผมบอกคุณไปแล้วนะครับ ว่าจะมี entry บ้าๆบอๆผุดขึ้นมาแน่นอน ไม่เชื่อกลับไปอ่าน ๒ entry แรกของผมดูสิครับ
ปล สุดท้าย. ขอบคุณที่อ่านจนจบนะครับ ใครที่อ่านจนจบ ขอให้มีความสุขวันวาเลนไทน์และวันต่อๆไปครับ